สดจากเยาวชน

“การอ่านออกเขียนได้เป็นเพียงพื้นฐานที่สำคัญ แต่ในกระบวนการเรียนรู้จำเป็นต้องไต่ระดับไปถึงขั้นอ่านดีเขียนดี เมื่อสามารถทำทั้งสองขั้นได้แล้วจะต้องพัฒนาไปสู่จุดสูงสุด คือการนำสิ่งที่อ่านเขียนมาเพิ่มพูนปัญญาและความรู้ให้เด็กแต่ละคน เราจะเชื่อมโยงการอ่านเขียนอย่างไรให้เยาวชนมีทัศนคติที่กว้างขึ้น มีความเข้าใจโลกมากขึ้น จนถึงทำให้ชีวิตของเขามีคุณค่าและมีคุณภาพ มากขึ้น นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของการอ่านออกเขียนได้”

ส่วนหนึ่งของปาฐกถาพิเศษเรื่องการอ่าน โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาโครงการ ๑ อ่าน ล้านตื่น ที่ให้เกียรติร่วมงานวัน ๑ อ่าน ล้านตื่น เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 ฯ

ปรียาพันธ์ เสือดี ที่ปรึกษาโครงการ ๑ อ่าน ล้านตื่น กล่าวว่าในยุคนี้คนรับข้อมูลได้หลากหลายวิธี ไม่ใช่เพียงแค่การอ่าน แต่ยังสามารถฟังและดูเพื่อรับสาระความรู้จากสื่อต่างๆ ในโลกออนไลน์ แต่การอ่านยังถือเป็นการวางรากฐานสำคัญในการเรียนรู้ที่จะนำไปใช้ทุกช่วงวัยของชีวิต โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย การอ่านหนังสือเล่มช่วยสร้างจินตนาการ ถนอมสายตา และทำให้เกิดสมาธิ

“การสร้างวัฒนธรรมการอ่านที่แข็งแกร่ง ทำให้เด็กรักการอ่านอย่างจริงๆ จังๆ ไม่ใช่แค่การอ่านชั่วครั้งชั่วคราว สามารถสร้างได้ด้วยการฝึกหัดตั้งแต่ปฐมวัย ยิ่งเล็กยิ่งดี เริ่มจากการอ่านนิทานก่อนนอนและทำอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการให้ผู้อ่านมีโอกาสเลือกหนังสือที่ตัวเองชอบ โครงการ ๑ อ่าน ล้านตื่น โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย จึงสนับสนุนกิจกรรมส่งมอบหนังสือตรงใจผู้รับ เปลี่ยนการบริจาคหนังสือที่ไม่ใช้แล้วเป็นการมอบหนังสือตรงใจเพื่อสร้างนิสัยรักการอ่าน” ปรียาพันธ์กล่าวโครงการ ๑ อ่าน ล้านตื่น จัดต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 8 ปี โดยมีกิจกรรมในโครงการ คือ 1.กิจกรรมมอบทุนหนังสือตรงใจ การคัดเลือกโรงเรียนขาดแคลนได้มีโอกาสเลือกหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2.กิจกรรม “บุคคลต้นแบบ ส่งเสริมการอ่าน” 3.กิจกรรม “อ่านได้ เล่าสนุก ปลุกไอเดีย” โดยให้เยาวชนอายุ 6-12 ปี เข้าร่วมประกวดเล่าเรื่องความประทับใจจากหนังสือเล่มที่อ่าน และ 4.กิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อหาทุนซื้อหนังสือเพื่อบริจาคให้พื้นที่ขาดแคลนหนังสือและมอบของที่ระลึกให้ผู้บริจาค

ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 ฯ ณ สถานีกลางบางซื่อ มีพิธีมอบรางวัลชนะเลิศจากกิจกรรมในโครงการ โดย ด.ญ.ขวัญตะวัน กีรติเสริมสิน หรือ น้องแซลม่อน อายุ 7 ขวบ และ ด.ญ.สรุตา ทองเหลือดี หรือ น้องมินนี่ อายุ 6 ขวบ คว้ารางวัลชนะเลิศในกิจกรรม “อ่านได้ เล่าสนุก ปลุกไอเดีย”

หนูน้อยทั้งสองส่งคลิปวิดีโอเล่าเรื่องความประทับใจจากหนังสือเล่มที่อ่าน ได้รับการชื่นชมจากกรรมการในความสามารถการเล่าเรื่องเป็นธรรมชาติ ฉะฉาน และเนื้อหาครบครัน ทำให้กรรมการไม่สามารถตัดสิน ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวได้

น้องแซลม่อน ด.ญ.ขวัญตะวัน กีรติ เสริมสิน จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา เล่าว่า “หนูเริ่มชอบอ่านหนังสือตั้งแต่ 4 ขวบ แต่ก่อนจะให้คุณพ่อคุณแม่เล่าให้ฟัง ตอนนี้หนูเริ่มอ่านหนังสือเองได้แล้ว ชอบขอให้คุณพ่อช่วยซื้อหนังสือมาให้อ่าน หนูชอบอ่านหนังสือทุกเล่มที่มีภาพสวยๆ และหนังสือสนุกๆ พออ่านจบแล้วก็จะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง”

ด้าน น้องมินนี่ ด.ญ.สรุตา ทองเหลือดี จากโรงเรียนฉิมพลี เล่าว่า “หนูชอบอ่านหนังสือนิทานเพราะสนุกและทำให้หนูเก่งขึ้นด้วยค่ะ เวลาว่างๆ ตอนพักเที่ยงหนูจะชอบ ชวนเพื่อนๆ มาอ่านนิทานกัน ถ้าอ่านจบแล้วก็จะสลับกันอ่านกับเพื่อนๆ”

ในพิธีมีการประกาศรางวัล “บุคคลต้นแบบส่งเสริมการอ่าน” เพื่อยกย่องและให้กำลังใจ ผู้ที่ทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจังและเสียสละ ได้แก่ น.ส.กุลิดา ทัศนพิทักษ์ จากโรงเรียนวัดคลองเจ้า (แช่มชื่นราษฎร์บำรุง) จ.นนทบุรี นายมานัส ตู้แก้ว จากโรงเรียน บ้านหนองเจ๊กสร้อย จ.จันทบุรี และ พระครูสมุห์เดือน ปุญญจาโร จากโรงเรียนวรดิตถ์วิทยาประสูทน์ จ.อ่างทอง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน