คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เทล-อาวีฟ ร่วมกับศูนย์การแพทย์แคปแพลน และศูนย์การแพทย์ชามีร์ ในอิสราเอล รายงาน ผลการวิจัยใหม่เกี่ยวกับการบาดเจ็บที่ศีรษะในเด็กว่า เด็กต้องทรมานโดยไม่จำเป็นหลังบาดเจ็บที่ศีรษะ เนื่องจากแพทย์ยังไม่ค่อยเข้าใจผลกระทบต่อเนื่องจากการบาดเจ็บที่สมอง
ทีมนักวิจัยติดตามสังเกตเด็ก 200 คน ในช่วง 3 ปีหลังบาดเจ็บที่ศีรษะเพียงเล็กน้อย พบว่า 1 ใน 4 ของเด็กกลุ่มนี้ “กลุ่มอาการภายหลังสมองกระทบกระเทือน” (พีซีเอส) แบบเรื้อรัง

ศาสตราจารย์ ไช เอฟราตี หัวหน้าทีม นักวิจัย กล่าวว่า พีซีเอสพบได้บ่อย แต่ไม่ค่อยวินิจฉัยมากนัก เด็กจะได้รับการวินิจฉัยมีอาการหลงลืม ปัญหาความจำ ความไวต่อแสง-เสียง สมาธิสั้น และปัญหาทางจิต
ศาสตราจารย์เอฟราตีอธิบายว่า หลังบาดเจ็บที่ศีรษะ เด็กมักบ่นปวดหัวหรือไม่มีสมาธิเมื่ออยู่ที่โรงเรียน แต่มักได้รับวินิจฉัยเป็นไมเกรน หรือได้รับยารักษาโรคสมาธิสั้นมาแทน เด็กจึงต้องทนทุกข์กับอาการผิดปกติต่างๆ หลายปี แทนที่จะได้รับการรักษาต้นเหตุที่แท้จริงอย่างพีซีเอส
ผลการวิจัยดังกล่าวจึงเป็นความหวังที่จะช่วยให้แพทย์เพิ่มความตระหนักกับพีซีเอสมากขึ้น เพื่อให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำขึ้น และการรักษาดีขึ้นด้วย