อธิบดีกรมจัดหางานชี้แจง(1)
เรื่อง ชี้แจงข่าวที่มีผลกระทบ
เรียน บรรณาธิการข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวสด
อ้างถึง หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับประจำวันที่ 14 เมษายน 2565 คอลัมน์ “บ.ก.ตอบจดหมาย” หน้า 7

ตามที่อ้างถึง หนังสือพิมพ์ข่าวสดเสนอ ข่าวเรื่องมีกลุ่มนายจ้างในพื้นที่อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ที่ต้องพึ่งพาแรงงานกัมพูชา รับผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ ที่กำหนดเงื่อนเวลาในการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะขั้นตอนการขอบัตรผ่านแดน (Border Pass) เล่มใหม่ ที่อนุญาตให้แรงงานข้ามแดนไปต่อใบอนุญาตเพียง 7 ชั่วโมง และภายในวันเดียวเท่านั้น คือวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้นายจ้าง 711 ราย ใช้แรงงานกัมพูชา 2,439 คน ไม่สามารถต่ออายุเอกสารได้ทัน ทำให้หลังจากวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา นายจ้างจะต้องเสียค่าปรับต่อแรงงาน 1 คน วันละ 500 บาท มีความผิดทางคดีอาญาตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดระยะเวลาน้อยไป จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่อนผันหรือขยายกรอบระยะเวลาออกไป เนื่องจากกลุ่มนายจ้างคนไทยยังต้องใช้แรงงานกัมพูชานั้น

กรมการจัดหางานขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1.ในภาวะปกติก่อนมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมการจัดหางาน กำหนดแนวปฏิบัติในการจ้างคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาวและกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาล ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้คนต่างด้าวถือบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้ เดินทางเข้า-ออกทางจุดผ่านแดนถาวร โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ในบัตรผ่านแดนครั้งละไม่เกิน 30 วัน กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสุขภาพ ออกใบรับรองแพทย์และทำประกันสุขภาพและกรมการจัดหางานจะออกใบอนุญาตทำงานแบบ (บต.40) ไม่เกิน 3 เดือน โดยจัดเก็บค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอ ฉบับละ 100 บาท ค่าใบอนุญาตทำงาน ฉบับละ 225 บาท ซึ่งหากใบอนุญาตทำงานหมดอายุ คนต่างด้าวเดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรและเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรใหม่ โดยถือบัตรผ่านแดนเข้ามา ณ จุดผ่านแดนเดิม

2.เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ กัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยได้ผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาและเมียนมา ที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาล โดยใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) ตามความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดฯ ซึ่งครบวาระการจ้างงานและการอนุญาตให้พำนักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุด ให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานต่อไปได้ โดยต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานครั้งละ 3 เดือน และใบอนุญาตทำงานรอบสุดท้ายได้หมดอายุเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา

3.กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ได้เสนอแนวทางการนำเข้าแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา และกัมพูชา เข้ามาทำงานบริเวณชายแดนในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาลในพื้นที่ความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนระหว่างประเทศทั้งสอง ตามมาตรา 64 เพิ่มขึ้นใน 8 จังหวัดได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว ตราด เชียงราย ตาก กาญจนบุรีและระนอง เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2565 โดยใช้แนวทางเดียวกับการนำเข้าแรงงานสัญชาติกัมพูชา มาทำงานตามฤดูกาลภาคเกษตรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เปิดนำรองการนำเข้าฯเป็นจังหวัดแรก เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ซึ่งมี 5 ขั้นตอนดังนี้

1) นายจ้างประสานลูกจ้าง เพื่อจัดเตรียมเอกสารและนัดหมายวันเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อให้แรงงานต่างด้าวเตรียมหลักฐาน ได้แก่ หลักฐานการตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยวิธี RT-PCR หรือผลรับรองการตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้ามา เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้

2) ด่านควบคุมโรคติดต่อ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดำเนินการตรวจโรค ตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่ขอใบอนุญาตทำงานพ.ศ.2563 และทำประกันสุขภาพระยะเวลา 3 เดือน และออกใบรับรอง ต.8

(อ่านต่อในฉบับวันพรุ่งนี้)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน