ภูเขาทองกรุงเทพฯ มีประวัติเป็นมาอย่างไร สร้างทำไมครับ
หมู่กิต
ตอบ หมู่กิต
คำตอบนำมาจากบทความเผยแพร่ทางเว็บไซต์ www. silpa-mag.com ดังนี้
รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชดำริให้สร้าง “ภูเขาทอง” ที่วัดสระเกศ ให้สร้างเป็นพระปรางค์ขนาดใหญ่อย่างภูเขาทองที่อยุธยา แต่เนื่องด้วยชั้นดินอ่อนตัว รับน้ำหนักจำนวนมหาศาลของพระปรางค์ไม่ได้ กระทั่งทรุดลง จึงหยุดก่อสร้างค้างอยู่เพียงฐาน ถูกปล่อยให้รกร้าง กลายเป็นกองอิฐขนาดใหญ่นอกกำแพงพระนคร

ตำแหน่งที่ตั้งของภูเขาทองนับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของพระนคร เพราะตั้งอยู่ริมคลองมหานาคเชื่อมต่อกับคลองรอบกรุงและคลองหลอด (วัดราชนัดดาฯ) และอยู่เยื้องกับป้อมมหากาฬ เมื่อเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดำริว่า หากข้าศึกศัตรูเข้ายึดภูเขาทองได้ อาจนำปืนไปตั้งแล้วยิงเข้าใส่พระนคร จะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง
ด้วยเหตุที่ภูเขาทองเป็นกองอิฐใหญ่รกร้างนี้เอง จึงเป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งในการก่อสร้างคลองผดุงกรุงเกษมให้เป็นแนวป้องกันพระนครอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกเข้ายึดภูเขาทอง
มีคำอธิบายจากเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ด้วยว่า สมัยรัชกาลที่ 4 ประชาชนออกไปตั้งบ้านเรือนนอกกำแพงพระนครกันมากขึ้น ตัวเมืองก็ขยายออกไปกว้างขวางมากขึ้น จึงทรงหวังพระทัยว่า การก่อสร้างคลองผดุงกรุงเกษมจะช่วยป้องกันข้าศึกศัตรู “…จะได้เป็นที่อุ่นใจแก่ไพร่บ้านพลเมืองซึ่งตั้งอยู่นอกกำแพงพระนคร กับประการหนึ่งลูกค้านานาประเทศเข้ามาค้าขาย เห็นบ้านเมืองป้อมคูมั่นคงก็จะไม่เป็นที่หมิ่นประมาทได้…”

คลองผดุงกรุงเกษมก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2394 มีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ขณะเป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ที่พระสมุหกลาโหม เป็นแม่กองก่อสร้าง ขุดคลองกว้าง 10 วา ลึก 6 ศอก ยาว 137 เส้น 10 วา (กว้าง 20 เมตร ลึก 3 เมตร ยาว 5,500 เมตร)
และยังได้สร้างป้อมขึ้นอีกจำนวน 8 ป้อม อันมีนามว่า ป้อมป้องปัจจามิตร (เป็นป้อมเดียวที่ตั้งอยู่ทางฝั่งธนบุรี บริเวณปากคลองสาน) ป้อมปิดปัจจนึก ป้อมฮึกเหี้ยมหาญ ป้อมผลาญไพรีราบ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ป้อมทำลายปรปักษ์ ป้อมหักกำลังดัษกร และป้อมมหานครรักษา โดยหากเกิดศึกสงครามก็จะใช้ไม้แก่นหรือไม้ลำปักเป็นแนวกำแพงเชื่อมแต่ละป้อมเข้าด้วยกัน
ภูเขาทองยังถูกปล่อยให้รกร้างต่อไประยะหนึ่ง จวบถึงช่วงปลายรัชกาล รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างภูเขาทองขึ้นอีกครั้ง โปรดให้ก่อเป็นภูเขาขนาดใหญ่ แล้วสร้างพระเจดีย์ไว้ด้านบน ดำเนินการวางศิลาฤกษ์เมื่อ พ.ศ. 2408 พระราชทานนามว่า “บรมบรรพต” โดยมาก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5

ทั้งนี้ ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 2 ครั้ง ครั้งแรก พ.ศ. 2421 อัญเชิญของเดิมจากในพระบรมมหาราชวังมา (เริ่มมีงานประจำปี เป็นงานใหญ่ช่วงลอยกระทง) ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2441 ได้จากอินเดีย
พ.ศ. 2509 กระทรวงมหาดไทยบุกระเบื้องโมเสกสีทองที่องค์พระเจดีย์ และสร้างเจดีย์เล็กรายรอบอีก 4 องค์ ดังเห็นมาจนถึงทุกวันนี้