คำว่า ‘ดวงกินคู่’ หมายถึงอย่างไร และดาวกาลกิณีจรโคจรเข้าไปในเรือนกดุมภะ จะต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไร

เรียน ท่านอาจารย์บุศพันธ์ ที่นับถืออย่างสูง
1. “ดวงกินคู่” มีความหมายถึงอย่างไรได้บ้างคะ
2. จะแก้เคล็ดเรื่องดวงกินคู่ได้ ต้องปฏิบัติอย่างไร
3. ถ้าดาวกาลกิณีจรโคจรเข้าไปในเรือน กดุมภะ จะต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไร

“พูนสุข หิรัญทรัพย์”
เรียน ผู้ใช้นามแฝงว่า “พูนสุข หิรัญทรัพย์”
1. คำว่า “ดวงกินคู่” เป็นภาษาที่นักวิชาการทางด้านโหราศาสตร์ใช้พูดคุยกันในการอ่านดวงชะตา หรือพูดคุยกันระหว่างนักโหราศาสตร์ด้วยกัน หมายถึงดวงชะตาที่มีดาวเจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ในเรือนมรณะ คำว่าเจ้าเรือนปัตนิ หมายถึงคู่ครอง คู่สัญญา คนรัก คู่หุ้นส่วน มี แนวโน้มว่ามักจาก ไม่จากเป็นก็จากตาย ถ้าเรือนวินาศ หมายถึง จากเป็น หรือเลิกร้างกันได้ง่าย เรื่องนี้มักเป็นไปตามสถิติ เมื่ออ่านดวงชะตา ก็มีความถึงคู่ครองมักจาก (แยกกันอยู่) ไม่จากตายก็จากเป็น คู่ครองถ้าป่วยก็จะทรุดโทรมได้ง่าย เจ้าชะตามีแนวโน้มว่าจะเป็นแม่ม่าย หรือ พ่อม่าย อย่างน้อยคู่ครองต้องแยกกันอยู่ หรือตายจากกันได้ง่ายที่สุด ถ้าคู่ครองเจ็บป่วยอยู่ไม่ควรไปเฝ้าไข้ เพราะเจ้าชะตาจะอาภัพทำให้คู่ครองทรุดหนัก หรือถึงกับอายุสั้นได้ง่าย คนดวงชะตาแบบนี้ เจ้าชะตาไม่ควรให้เพศตรงข้าม หรือญาติพี่น้องของเพศตรงข้ามรู้ดวงชะตาที่แท้จริง เพราะเกรงว่าเจ้าชะตาจะกลัว อย่างไรก็ตาม ดวงชะตาแบบ “กินคู่” เช่นนี้ ถ้าไม่นับว่าใครเป็นคู่ครองเลยก็จะดี ทางแก้เคล็ดสำหรับคนที่มีคู่ครองเป็นคนดวงชะตา “กินคู่” เช่นนี้ ควรรักนับถือคู่ครองเหมือนพี่น้อง หรือเหมือนญาติสนิท อย่ารักใคร่กันในแบบสามีภรรยา หรือจะแบ่งเฉลี่ยไป ให้คู่ครองไปเลือกคู่ครองเป็นคนอื่นบ้าง เจ้าชะตาก็จะอยู่รอดปลอดภัย ถ้ารักกันอย่างพี่อย่างน้องก็จะทำให้อยู่กันได้ต่อไป ดีกว่าจะอยู่กันอย่างสามีภรรยาครับ

2. ทางแก้เคล็ด “เรื่องดวงกินคู่” ให้แต่งงานไม่ใหญ่โตนัก แยกกันอยู่ แยกกันนอน และให้นับถือกันอยู่กันในแบบเพื่อน หรือแบบพี่น้อง ดังกล่าวมาแล้วในข้อ 1 ถ้างานทำให้ต้องแยกกันอยู่ก็ต้องดีใจ เพราะโอกาสกินคู่ก็จะน้อยลง และถ้าเจ้าชะตาเป็นคนป่วยง่ายอยู่แล้ว ก็ควรแยกกันอยู่ให้หนักขึ้น

3. ถ้าดาวกาลกิณีจรโคจรเข้าไปในเรือน กดุมภะ หมายถึงจังหวะชีวิตที่เจ้าชะตาจะต้องร้อนเงิน หรือต้องมีรายจ่ายที่มากขึ้น ควรแก้เคล็ดด้วยการซื้อของใหญ่ๆ ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น ซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือที่ดิน จนกว่าดาวกาลกิณีจรจะโคจรผ่านพ้นเรือนกดุมภะไปก่อน จะต้องระวังให้มากโดยเฉพาะดาวที่เป็นกาลกิณีจรนั้นเป็นดาวพระเคราะห์หลัก เป็นดาวพฤหัสฯ (5) ดาวเสาร์ (7) หรือดาวราหู (8) ซึ่ง เป็นดาวที่โคจรช้า และหนักแน่นกว่าดาวพระเคราะห์ดวงอื่นๆ ครับ

บุศพันธ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน