อริยะโลกที่ 6
วันเสาร์ที่ 30 เม.ย.2565 น้อมรำลึก ครบรอบ 132 ปี ชาตกาล “หลวงปู่สงฆ์ จันทสโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดเจ้าฟ้าศาลาลอย ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร พระเกจิชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญการเจริญสมถะและวิปัสสนากัมมัฏฐาน สงบ สันโดษ มักน้อย พูดน้อย สำรวมระวังกาย วาจา ใจ และฉันอาหารเพียงวันละมื้อ
วัตถุมงคลได้รับความนิยม ทั้งที่จัด สร้างเองและอนุญาตให้ลูกศิษย์จัดสร้าง ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง, เหรียญรูปเหมือน, เครื่องราง, ลูกอม, ยาฉุน ฯลฯ
เป็นชาวชุมพรโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันอังคารที่ 30 เม.ย.2433 ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล ที่ ต.วิสัยเหนือ อ.สวี จ.ชุมพร ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา
ตั้งแต่วัยเด็ก มีความใฝ่ใจศึกษาหาความรู้ต่างๆ จนอายุ 18 ปี บวชสามเณรที่วัดสวี ศึกษาด้านพระปริยัติธรรม และอักษรขอม
กระทั่งอายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดวิสัยเหนือ มีหลวงพ่อชื่น วัดแหลมปอ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา “จันทสโร”

จำพรรษาที่วัดวิสัยเหนือระยะหนึ่ง จึงเดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่ วัดควน ต.วิสัยเหนือ เพื่อศึกษาทางด้านกัมมัฏฐานและวิทยาคม จากนั้นเริ่มออกธุดงค์ไปตามสถานที่ ต่างๆ เพื่อฝึกวิปัสสนาและแสวงหาพระอาจารย์ผู้แก่กล้าศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติม
เมื่อมาถึงจังหวัดภูเก็ต ได้พบพระอาจารย์รอด วัดโต๊ะแซ หรือ ตอแซ พระเกจิชื่อดังในยุคนั้น จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิทยาคมต่างๆ อยู่ 2 พรรษา จากนั้นกราบลาพระอาจารย์ออกธุดงค์ต่อ
พ.ศ.2462 ในพื้นที่ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร วันหนึ่ง มี 2 แม่ลูกออกหาของป่าละแวกวัดร้าง มีนกแก้วบินนำหน้า 2 แม่ลูก ไปจนถึงบริเวณที่หลวงปู่สงฆ์ปักกลด
2 แม่ลูกเข้าไปกราบด้วยความเลื่อมใส จึงนิมนต์กลับไปจำพรรษาที่วัดร้างใกล้หมู่บ้าน ซึ่งมีแต่ซากสิ่งก่อสร้างเก่าทรุดโทรม แม้แต่ อุโบสถก็เหลือเพียงเสาสี่ต้น มีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นรกรุงรัง
หลังจากรับนิมนต์ ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านมาหักร้างถางต้นไม้ ช่วยกันบูรณะเสนาสนะต่างๆ ขึ้นมาใหม่ พัฒนาจนเป็นวัดที่มั่นคงแข็งแรงและเจริญรุ่งเรืองมาถึงทุกวันนี้
วัดร้างแห่งนั้น ปัจจุบันคือ “วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย” ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร นั่นเอง
เล่ากันว่าครั้งหนึ่งเคยมีกวางตัวหนึ่งหลง เข้ามาในวัด ก็ให้ผลไม้และอาหารกิน และผูกเศษจีวรสีเหลืองไว้ที่คอกวาง เจ้ากวางอยู่ที่วัดได้ปีหนึ่งก็กลับเข้าป่าไป บางทีก็กลับมาหาหลวงปู่ที่วัด และอยู่สองสามวันก็กลับเข้าป่าไปอีก โดยในช่วงที่เจ้ากวางอาศัยอยู่ในป่านั้น สามารถรอดพ้นจากการไล่ล่าได้ทุกครั้ง
แม้กระทั่งเต่าที่อยู่แถวป่าไผ่ใกล้วัดที่มีบ่อและสระน้ำ เป็นเต่าตัวโตๆ บางครั้งเดินมาหาหลวงปู่ที่กุฏิ อยู่ที่เชิงบันไดหลาย สิบตัว พอวันพระที่สำคัญๆ พวกเต่าจะพากันมาอยู่ที่หน้าหอสวดมนต์จนพระทำวัตรเสร็จ เมื่อได้พบหลวงปู่แล้ว ก็จะกลับเข้าไปอยู่ในป่าไผ่ดังเดิม
นอกจากนี้ ยังเป็นที่ร่ำลือกันว่ามีวาจาสิทธิ์ ยิ่งนัก
สำหรับวัดเจ้าฟ้าศาลาลอย เป็นวัด คู่บ้านคู่เมืองชุมพรมาตั้งแต่ปลายสมัย กรุงศรีอยุธยา แต่ได้รกร้างมาเป็นเวลาเนิ่นนาน จนเมื่อหลวงปู่สงฆ์รับนิมนต์มาจำพรรษา จากวัดร้างจึงได้รับการบุกเบิกและพัฒนาจนเป็น “วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย” ที่เจริญรุ่งเรือง เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวชุมพร
หลวงปู่สงฆ์กล่าวถึงที่มาของชื่อวัดเจ้าฟ้าศาลาลอย ว่า ในอดีตเป็นวัดที่มีเจ้าฟ้าเจ้า แผ่นดินเคยมาบวชเป็นเจ้าอาวาสอยู่ จึงขึ้นต้นชื่อวัดว่า ‘เจ้าฟ้า’ เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้า วัดเดิม ส่วนศาลาลอย ตั้งตามชื่อของหมู่บ้าน
นอกจากนี้ มักพูดเสมอว่า “เจ้าวัดที่นี่ไม่ใช่เรา แต่เป็นปู่เจ้าฟ้า” ดังนั้น ทุกครั้งที่มีการบวชนาค จะต้องนำนาคไปฝากตัวกับปู่เจ้าฟ้าก่อน จนเป็นประเพณีสืบมาถึงปัจจุบัน
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2526 สิริอายุ 94 ปี 3 เดือน 2 วัน แต่สังขารไม่เน่าเปื่อย
ปัจจุบันบรรจุใส่โลงประดิษฐานบนศาลาธรรมสังเวช เพื่อให้กราบสักการบูชา