รถร้อน-เพื่อคนรายได้น้อย
เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด
การที่ ขสมก.เตรียมดำเนินการจ้างเอกชนวิ่งให้บริการตามระยะทางนั้น รถโดยสารประเภทร้อนเปลี่ยนมาเป็นรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ค่าโดยสารตามระยะทางเริ่มต้นที่ 15 บาท ขึ้นไป อยากขอร้องว่าให้อนุรักษ์รถโดยสารร้อนไว้บ้าง ค่ารถร้อนกับรถปรับอากาศจะต่างกันมาก ต้องเห็นใจ ผู้โดยสารที่เดินทางทำงานที่ต่อรถหลายต่อหลายสาย รถปรับอากาศนั่ง 3-4 ป้ายก็ 15 บาทแล้ว ระยะไกลกว่านั้นก็จะขยับขึ้นเป็น 20 บาทขึ้นไปเรื่อย ต่างจากรถร้อน ผู้ที่ไม่มีรายได้หรือรายได้น้อยส่วนใหญ่จะคอยรถร้อนกันทั้งนั้น เพราะประหยัดค่าโดยสาร เช่นนั่งรถเมล์ 3 ต่อถ้าเป็นรถร้อน 8 บาท รวมเป็น 24 บาท ไป-กลับ 48 บาท ยังไม่รวมค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าปากซอยเข้าบ้าน และเข้าซอยที่ทำงาน
ถ้าเป็นรถปรับอากาศ ก็คูณด้วย 20 บาท ขอเป็นเสียงหนึ่งสะท้อนให้ผู้นำรัฐบาลโปรดรับรู้ปัญหาคนหาเช้ากินค่ำจริงๆ ถ้ารถเมล์ทุกสายเปลี่ยนมาเป็นรถปรับอากาศกันหมด คนหาเช้ากินค่ำต้องตายหยังเขียดแน่นอน ส่วนการที่จะให้มีตั๋วเหมาราคาเดียวต่อวัน ขึ้นรถได้ไม่จำกัดเที่ยว ไม่จำกัดสาย อย่าทำเลย เคยทำกันมาแล้ว สุดท้ายก็ต้องยกเลิก ไม่ทราบว่ายกเลิกไปเพราะเหตุใด แต่ถ้าทำประโยชน์ตกกับผู้โดยสารเพราะนำไปเวียนใช้ในกลุ่มญาติมิตรได้ดี
ด้วยความเคารพ
ชัย
ตอบ คุณชัย
ข้อเรียกร้องของคุณต่อการจัดรถขสมก.เพื่อบริการประชาชน สะท้อนถึงชีวิตชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในยุคที่รัฐบาลบริหารด้านเศรษฐกิจไม่เก่ง ทำให้คนไทยมีปัญหารายได้และปากท้องอย่างมาก
ขนาดรถเมล์ก็ไม่ขอรับความสบาย เพราะต้องประหยัดค่าโดยสาร อ่านจดหมายนี้แล้วก็คงต้องจัดรถประเภทร้อนออกมาบริการประชาชนมากๆ พร้อมๆ กับต้องเร่งแก้ปัญหารายได้ของประชาชนให้ดีกว่านี้ด้วย
โปรดเพิ่มชุดATKฟรีให้มากกว่านี้
เรียน บ.ก.
กระทรวงสาธารณสุขแจกชุดตรวจ ATK ฟรี ในแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ตามร้านขายยา ทำได้ดีแต่ขอแนะนำคือ บางอาชีพลงพื้นที่อยู่ประจำต้องออกพื้นที่ไปทำงานใกล้ชิดกับผู้คนเกือบทุกวัน จึงมีความเสี่ยงสูงที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย จึงต้องป้องกันด้วยการตรวจ ATK คัดกรองตนเอง เพื่อความสบายใจ และเพื่อความปลอดภัยกับตนเองและคนรอบข้างด้วย ตรวจกันอยู่บ่อยมาก ต้องหาซื้อเอง เพราะใช้สิทธิ์รับ ชุดตรวจครั้งแรกจะได้ 2 อัน
จากนั้นอีก 10 วันจะได้รับ 1 อัน เมื่อยังไม่ครบวันที่จะได้สิทธิ์ที่จะรับชุดตรวจ ก็ต้องหาซื้อชุดตรวจ ไม่ว่าจะเป็นชุดตรวจหาเชื้อจากน้ำลาย หรือชุดตรวจ SWAB ทางจมูก จะควักเงินซื้อชุดตรวจ ATK มาตรวจเอง เป็นชุดตรวจหาเชื้อทางน้ำลาย เพราะไม่ต้องเจ็บโพรงจมูก แต่ราคาก็จะสูงกว่า และถ้าซื้อบ่อยๆ เมื่อคิดเป็นตัวเงินก็เยอะพอสมควร รู้สึกหนักและมีภาระค่าใช้จ่ายเหมือนกัน จึงอยากให้การใช้สิทธิ์ในการขอชุดตรวจ ATK ไม่ควรจำกัดเพียง 1 อันในครั้งที่ 2 ควรจะให้เท่าเดิมคือ 2 อันและให้เป็นรอบๆ ไป อย่างน้อยจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้บ้าง
ขจร
ตอบ คุณขจร
ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โปรดพิจารณาคำร้องขอ นี้ด้วย การแจกชุดตรวจ ATK นับว่ามีประโยชน์กับ ประชาชนมาก
โดยเฉพาะที่มีอาชีพต้องออกพบปะผู้คน น่าจะจัดหามา บริการประชาชนให้ได้มากกว่าที่แจกอยู่ ยิ่งคนได้ตรวจกันมาก รู้ตัวว่าติดเชื้อหรือไม่ ยิ่งเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดได้ดีที่สุด ช่วยประหยัดงบประมาณการรักษาได้อีกด้วย