การเมือง แค่ที่พระควรจะพูด (87)
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต ป.ธ.๙)
ทุกอย่างจะสำเร็จ ก็ต้องมี 2 อย่างคือ เจตนาต้องดี และปัญญาต้องชัดเจนทั่วทัน
ถ้าทำอะไรโดยไม่รู้ ถึงจะมีเจตนาดี ก็ไปไม่รอด มีแต่เป็นเหยื่อเขา
คนมีความตั้งใจดี เจตนาดี ถ้าเอาแต่เมตตา ไม่พัฒนาปัญญา จริงอยู่ บางครั้งเอาชนะใจเขาได้ด้วยความรักและความดี แต่ในหลายกรณี ก็โดนเขาหลอก หรือถูกกำจัด หรือบางทีกว่าเขาจะเข้าใจและเห็นใจ ก็สายไปเสียแล้ว แทนที่จะเป็นความเจริญ ก็กลายเป็นความเสื่อม
ความผิดพลาดมากมายเกิดจากความรู้ไม่ทัน ไม่เท่าถึง แค่เลี้ยงลูก คนที่เอาแต่รักอย่างเดียว ไม่ใช้ปัญญา กลับพาให้ลูกเสียไป ก็มีตัวอย่างให้เห็นกันอยู่ (มากมาย)
เพราะฉะนั้น ต้องเน้นย้ำให้มีเจตนาดี ที่เป็นความจริงใจ โดยปรารถนาดีประกอบด้วยเมตตาเป็นต้น และมีปัญญารู้เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างเท่าทัน มองให้ถึงตัวแท้อย่างถ้วนทั่ว และแทงตลอดเหตุปัจจัยอย่างแจ่มชัด สองตัวนี้ต้องใช้และไปด้วยกันทั้งนั้น ทุกกรณี
เมื่อมีสองตัวนี้ ก็ค่อยๆ แก้ปัญหาไป ในระหว่างนี้ เราจะเจอปัญหาทยอยเข้ามาหลากหลายมากมาย
ปัญญา จะเป็นตัวที่มาช่วยให้เราจับปัญหาตรงจุด หยั่งถึงเหตุปัจจัย จัดวางวิธีปฏิบัติที่จะให้แก้ปัญหาได้ด้วยดี และเจตนา ก็จะทำให้เราไม่เขวออกไปจากจุดหมายที่แท้และจากทางของการแก้ปัญหา
เวรระงับด้วยการไม่จองเวร นั้นจริงแท้
แต่ต้องศึกษาว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องจองเวร
พระพุทธศาสนานี้ คนที่ศึกษารู้กันดีว่า เป็นหลักการที่สอนให้เว้นการเบียดเบียนกันโดยสิ้นเชิง ถึงขั้นที่ว่า ไม่มีการจงใจฆ่า ที่ไม่บาป จนไม่มีข้อที่จะนำไปใช้อ้างในการรุกรานทำร้ายกัน
การเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนาจึงมาพร้อมกับคำสอนให้เลิกการแบ่งแยก และการเบียดเบียน โดยเฉพาะสอนให้เลิกถือชั้นวรรณะ และเลิกการบูชายัญ สอนให้แก้ปัญหาด้วยวิธีการแห่งเมตตา-กรุณาอย่างสากล (หรือจะเรียกว่าแบบอหิงสา หรือแบบ nonviolence ก็แล้วแต่)
ดังที่พวกฝรั่งก็รู้เรื่องนี้กันดีพอสมควร ถึงกับถือว่าพระพุทธศาสนาเป็นที่มาของขบวนการสันตินิยม (pacifism) ที่แท้รายแรกของโลก (Encyclopaedia Britannica, “Pacifism”)
แต่พระพุทธศาสนาก็มองเห็นตระหนักว่า การที่จะใช้เมตตา-กรุณา หรืออหิงสามาแก้ปัญหาให้สำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
เรามีเมตตา-กรุณา รักคนอื่น ไม่เบียดเบียนใคร ถ้าพบกันหรืออยู่กับคนที่เป็นปกติ ไม่มีเป้าหมายที่อยู่ในเจตนาพิเศษออกไป ก็จะมีสันติสุขโดยง่าย
แต่ถ้าไปเจอกับคนที่มีเจตนาแฝงเร้น เช่น เขามุ่งหาผลประโยชน์ หรือแสวงอำนาจ ความรักด้วยเมตตากรุณา ก็อาจจะไม่พอ บางทีคนที่เมตตา ก็กลายเป็นเหยื่อเขาไป