วันที่ 9 พ.ค. เอเอฟพีและบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างพิธีสวนสนามของกองทัพที่จัตุรัสแดงในกรุงมอสโก เนื่องในวันครบรอบ 77 ปี วันแห่งชัยชนะเหนือกองทัพนาซีเยอรมันของสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยนายปูตินกล่าวยกย่องทหารรัสเซียผู้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความมั่นคงของประเทศ
“พวกคุณสู้เพื่อดินแดนแห่งมาตุภูมิและอนาคตของประเทศชาติ การเสียชีพของทหารและเจ้าหน้าที่ทุกคนทำให้เราเจ็บปวด รัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อดูแลครอบครัวของทหารกล้าเหล่านี้” นายปูตินกล่าวย้ำ พร้อมแสดงความยินดีกับทหารผ่านศึกในสมัยสงครามโลกที่เข้าร่วมพิธีสวนสนาม แต่ปีนี้ไม่มีการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพอากาศรัสเซียเหมือนปีก่อนๆ ซึ่งมีกำหนดจะบินแปรขบวนเป็นตัวพยัญชนะ Z สัญลักษณ์ที่สื่อถึงการสนับสนุนกองทัพรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่าสภาพอากาศไม่เหมาะสมจึงยกเลิกการแสดงฝูงบิน

แถอีก – กองทัพรัสเซียเดินสวนสนามครบรอบ 77 ปีวันแห่งชัยชนะเหนือกองทัพนาซีเยอรมันช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แถลงยกย่องทหารที่ต่อสู้เพื่อประเทศและย้ำอีกว่ามีความจำเป็นต้องโจมตียูเครน (รอยเตอร์)
ประธานาธิบดีปูตินกล่าวอีกว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนเป็นมาตรการจำเป็น ที่รัสเซียต้องทำ นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของประเทศซึ่งมีเอกราช ความเข้มแข็ง และมีอำนาจอธิปไตย ในช่วงปีที่ผ่านมามีความตึงเครียดกับชาติยุโรปต่างๆ และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ตนเรียกร้องให้ยุโรปหาทางประนีประนอมที่ยุติธรรม แต่กลับไม่มีใครรับฟัง รัสเซียเลยเตรียมปฏิบัติการลงโทษต่อกรณีดังกล่าวในพื้นที่ดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครน สิ่งนี้ก็กลายเป็นภัยคุกคามต่อรัสเซียอย่างชัดเจนและทุกสิ่งบ่งบอกว่ารัสเซียมีความจำเป็นต้องสู้ จากนั้นนายปูตินยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาทีเพื่อไว้อาลัยให้ทหารรัสเซียที่ถูกสังหารในสงครามโลกครั้งที่สอง เช่นเดียวกับทหารที่สู้ศึกในภูมิภาคดอนบัสด้วย
ทั้งนี้ หลายฝ่ายคาดว่านายปูตินอาจใช้โอกาสวันแห่งชัยชนะประกาศเปิดฉากทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบกับยูเครน และแม้จะไม่มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นนัยสำคัญแต่นายปูตินยังพยายามอ้างเหตุผลในการรุกรานยูเครน ด้วยการกล่าวซ้ำๆ ว่าองค์การนาโตและยูเครนกำลังสร้างภัยคุกคามที่รัสเซียไม่อาจยอมรับได้
สตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐ-ยูเครนพบปะ
วันเดียวกัน นางจิล ไบเดน ภริยาของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา เดินทางไปยังเมืองอุฌฮอรอด ทางตะวันตกของยูเครน เพื่อพบปะหารือกับนางโอลีนา เซเลนสกี ภริยาของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โดยนางจิลเยี่ยมผู้พลัดถิ่นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว และว่าตนต้องการแสดงให้ชาวยูเครนเห็นว่าสหรัฐยืนหยัดอยู่เคียงข้างยูเครน ส่วนนางโอลีนายกย่องนางจิลว่ามีความกล้าหาญมากที่เยือนยูเครนในช่วงสงคราม
ขณะที่ทางการสหรัฐประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ โดยระงับการอนุญาตออกวีซ่าเข้าสหรัฐแก่บุคคลในรัสเซียและเบลารุสกว่า 2,600 คน ส่วนการประชุมของผู้นำกลุ่มประเทศจี 7 กับประธานาธิบดีเซเลนสกีผ่านระบบออนไลน์ โดยนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ผู้นำแคนาดา เดินทางไปกรุงเคียฟเพื่อร่วมหารือเมื่อวันที่ 8 พ.ค. โดยที่ประชุมได้ ข้อสรุปในเบื้องต้นว่าประเทศสมาชิกจะระงับหรือค่อยๆ ลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย