วันที่ 10 พ.ค. เอเอฟพีรายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า นายเฟอร์ดินานด์ “บองบอง” มาร์กอส จูเนียร์ ลูกชายของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้นำเผด็จการที่ถูกโค่นอำนาจจากการทุจริต ได้คะแนนเสียงถล่มทลายเนื่องจากประชาชนมั่นใจว่าตระกูลมาร์กอสจะแก้ปัญหาความยากจนรุนแรงที่ประสบอยู่ในขณะนี้ได้ โดยเพิกเฉยคำเตือนว่าตระกูลมาร์กอสจะทำให้การคอร์รัปชั่นหยั่งลึกลงอีก รวมถึงประชาธิปไตยที่อ่อนแอ

ไม่เอา – นักเคลื่อนไหวชูป้ายประท้วงที่ด้านหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้งในกรุงมะนิลา เมื่อ 10 พ.ค.เพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งนายเฟอร์ดิ นานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ลูกชายของอดีตเผด็จการมาร์กอสชนะทิ้งห่างคู่แข่ง (เอเอฟพี)
ด้านแรพเพลอร์เปิดเผยการนับคะแนนในเบื้องต้นว่า นายมาร์กอส จูเนียร์ มีคะแนนนำเกือบ 31 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 58.7 มากเป็น 2 เท่าของ น.ส.เลนี เรเบรโด รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ที่ได้รับคะแนน 14.7 ล้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 28 นับเป็นการพลิกโชคชะตาของตระกูลมาร์กอส ซึ่งพ้นจากทำเนียบประธานาธิบดีสู่คนที่ไม่มีใครยอมรับและหวนกลับมาอีกครั้งในรอบ 50 ปี จากนโยบายหาเสียงที่ชูกองทุนระดมเงินผ่านโซเชี่ยลมีเดีย รวมถึงการเสนอทางออกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รับมือกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น ขณะที่ศึกเลือกตั้งงรองประธานาธิบดี น.ส.ซาร่า ดูแตร์เต ลูกสาวของนายโรดรีโก ดูแตร์เต ผู้นำคนปัจจุบันชนะตามคาด
ผู้ประท้วงต่อต้านครอบครัวมาร์กอสหลายคนชุมนุมที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในกรุงมะนิลา ตำหนิหน่วยงานว่าเครื่องนับคะแนนล้มเหลวและปัญหาอื่นๆ ที่กีดขวางประชาชนไม่ให้สามารถลงคะแนนเสียงได้ กลุ่มนักเคลื่อนไหวที่เคยผ่านความทุกข์จากระบอบเผด็จการมาร์กอสกล่าวว่า ชัยชนะเกิดจากการหาเสียงที่มาจากการโกหกอย่างโจ่งแจ้ง การบิดเบือนประวัติศาสตร์ผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งมีค่าเท่ากับการโกงเพื่อชัยชนะ