ยังคงมีหลายแง่หลายมุม ในการวิพากษ์วิจารณ์คดีดาราสาวแตงโม เพราะเป็นคดีใหญ่ ชาวบ้านสนใจ และเกิดกระแสโน้มน้าวจนเชื่อกันไปล่วงหน้าแล้วว่า ต้องเป็นการฆาตกรรมแน่นอน ขณะที่สำนวนคดีของตำรวจนั้น สรุปว่าเป็นการกระทำโดยประมาทของคนบนเรือ เป็นเหตุให้แตงโมพลัดตกเรือจนถึงแก่ความตาย

เมื่อตำรวจสรุปเช่นนี้ สวนทางกับความเชื่อที่ว่าต้องฆ่ากันแน่ๆ ดังนั้นจึงไม่ผิดคาด ยังมีการขุดคุ้ยหาแง่มุมต่างๆ ขึ้นมาขยายให้เกิดข้อถกเถียงไปต่างๆ นานา บนพื้นฐานที่กระแสสังคมก็มีแนวโน้มจะเชื่อตามการตั้งข้อสงสัยต่างๆ อยู่แล้ว

เพียงแต่ประชาชนที่ติดตามข่าวสาร ต้องตั้งหลักด้วยว่า ข้อสงสัยที่ยังมีไม่จบสิ้นนั้น มีเหตุมีผลรองรับพอหรือไม่

เป็นเพียงจินตนาการ คิดเอาเองหรือไม่

ทั้งนี้ในแง่สำนวนคดีนั้น ตำรวจได้สรุปจบไปแล้วตั้งแต่เมื่อปลายเดือนเมษายน ตอนนี้สำนวนอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบของอัยการ

ความเห็นสุดท้ายของอัยการจะสั่งฟ้องตามที่ตำรวจนำเสนอมาหรือไม่ นั่นจะให้คำตอบได้ขั้นแรกว่า ตำรวจทำคดีนี้ตรงไปตรงมาหรือบิดเบือนคดี!?

โดยความคืบหน้าล่าสุด มีคำสั่งจากอัยการให้ตำรวจสอบสวนเพิ่มอีกราว 20 ประเด็น

แต่การสอบเพิ่ม ถือเป็นเรื่องปกติแทบจะทุกสำนวนคดี เมื่อถึงมืออัยการ

การสั่งสอบเพิ่ม ยังไม่ใช่บทสรุปว่า อัยการเห็นพ้องหรือไม่เห็นพ้องกับสำนวนคดีของตำรวจ

อีกทั้งเท่าที่ปรากฏเป็นข่าว ที่อัยการสั่งสอบเพิ่ม เป็นประเด็นทางเทคนิคด้านผลพิสูจน์ต่างๆ ข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ อะไรเหล่านี้

เอาไว้รอดู ตอนสุดท้าย ที่อัยการมีความเห็นฟ้อง หรือไม่ฟ้อง นั่นแหละจึงจะเป็นบทพิสูจน์สำนวนคดีของตำรวจ!

ถ้าอัยการเห็นพ้อง มองว่าสำนวนคดีที่ตำรวจนำเสนอขึ้นมา มีพยานหลักฐานรองรับเพียงพอ ผลพิสูจน์ต่างๆ สอดรับ มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

คดีนี้ก็จะเดินหน้าต่อไป ไปพิสูจน์กันชั้นศาลต่ออีก 3 ศาล

โดยเฉพาะในชั้นศาล จะมีการพิสูจน์น้ำหนักของพยานหลักฐานกันอย่างละเอียด มีการซักค้าน มีการโต้แย้งทุกแง่มุม

บทสุดท้ายของคำพิพากษา จะให้คำตอบได้ชัดเจน

ที่ต้องบอกเป็นขั้นเป็นตอนเช่นนี้ เพราะมีบทเรียนในหลายคดีดังๆ มีการขุดคุ้ยตรวจสอบและไม่เชื่อถือการทำงานของตำรวจ

แต่ส่วนใหญ่ ก็แค่แย้งมุมนี้นิด มุมนั้นหน่อย แต่ไม่มีสาระเป็นชิ้นเป็นอัน

จุดสำคัญคือ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาล มีการพิสูจน์พยานหลักฐานต่างๆ อย่างเข้มข้น

บทสรุปสุดท้ายโดยคำพิพากษา เราจะพบว่าหลายคดีแล้ว ที่โต้แย้งกันมากมาย ลงเอยไม่ได้อยู่บน พื้นฐานของพยานหลักฐานที่เป็นจริง

แน่นอนว่าสังคมย่อมมีเสรีภาพในการตรวจสอบการ ทำหน้าที่ของตำรวจ ไม่ควรปิดกั้น

แต่สุดท้ายต้องรับฟังผลคดีที่ผ่านอัยการผ่านศาล โดยเปิดใจกว้าง!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน