พท.แนะปรับตัวก่อนพ้นเก้าอี้

วันที่ 12 พ.ค. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ประเทศไทยต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจ กว่าร้อยละ 90 ล้มระเนระนาด ท่องเที่ยวพัง นักท่องเที่ยวหลักล้านเหลือเพียงหลักพัน อุปสรรคของการท่องเที่ยวคือนักท่องเที่ยวเข้าไม่ถึงการตรวจคัดกรอง ส่งผลให้หยุดการแพร่ระบาดได้ยากมาก รัฐไม่มีการเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม ในภาคแรงงานถือว่าหนักสุด เพราะมีการสร้างผลการตรวจ ATK ปลอมเพื่อไม่ให้ตกงานหรือกระทบต่อการทำงาน

ปัจจุบันการตกงานสูงมาก ทั้งจากการลดจำนวนพนักงานหรือธุรกิจเจ๊งปิดกิจการ แม้สถานการณ์โควิดดีขึ้น กว่าธุรกิจจะกลับมาก็ใช้เวลาอีกหลายปี รวมทั้งต้องเผชิญกับภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว ที่น่าห่วง คืออาฟเตอร์ช็อกทางเศรษฐกิจที่จะตามมาอีกหลายระลอก รัฐยังไม่มีแผนงานรับมือ ไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไร เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขาดความรู้ ความสามารถก็ควรจะลาออกไปดีกว่า จะอยู่เพื่อฉุดรั้งประเทศให้ลงเหวต่อไปทำไม

ด้านน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาตรึงราคาน้ำมันทุกประเภทต่อเนื่องไปอีกระยะ ขณะนี้ระบบห่วงโซ่อุปทานของไทยถูกกำหนดด้วยราคาน้ำมันเป็นหลัก เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในประเทศไม่ได้ถูกพัฒนามาเกือบ 10 ปี จากผู้นำที่ไร้วิสัยทัศน์ ทำประเทศไร้การพัฒนา คนจนล้นประเทศกว่า 20 ล้านคน ประชาชนเป็นหนี้สูงกว่ารายได้เกือบ 5 เท่า คนไทยไม่ควรตายด้วยโรคระบาดก็ต้องตายด้วยการบริหารจัดการที่ผิดพลาด พล.อ.ประยุทธ์ควรปรับตัวก่อนจะอำลาเส้นทางทางการเมือง เหลือเวลาอีกไม่นานที่จะได้นั่งบนเก้าอี้นายกฯ ควรรู้ว่าต้องเร่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของปัญหา ต้องมองไกล มีวิสัยทัศน์ วางรากฐานอนาคตให้กับลูกหลานบ้าง หยุดพฤติกรรมปล่อยปละละเลยวิกฤตแล้วค่อยวิ่งไล่ตามปัญหา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน