‘มาร์ช’ท้าฝีมือบทพ่อเป้าหมายสร้างงานคุณภาพ
อาทิตย์ใส
มาร่วมงานช่อง 3 ครั้งแรกกับบทบาทท้าฝีมือในละคร “มามี้ที่รัก” ประกบคู่นางเอกลูกสอง ‘มาร์กี้’ ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ สำหรับพระเอกตี๋ ‘มาร์ช’ จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล
โดยวันนี้เจ้าตัวมาเปิดใจถึงการร่วมงาน กับช่อง 3 และบทบาทที่รับในเรื่อง พร้อม เป้าหมายในชีวิต รวมถึงเรื่องของหัวใจที่ ตอนนี้ไม่โสดแล้ว
แฟนๆ เซอร์ไพรส์มาร่วมงานกับช่อง 3 เป็นครั้งแรก?
มาร์ช – “ต้องขอบคุณทางผู้ใหญ่ช่อง 3 พี่เอิน (ณิธิภัทร์) แม่ก้อย (ทาริกา) ค่าย มาสเตอร์วัน ที่ชวนมาเล่น ตอนอ่านบทก็คิดว่ายังไม่เคยเล่นละครแนวครอบครัวเลย จุดที่ตัดสินใจรับเล่น หนึ่งเลยไม่เคยเล่นเป็นพ่อ เคยเล่นในซีรีส์แต่ไม่เต็มตัวขนาดนี้ มันเป็นละครสะท้อนปัญหาครอบครัวที่มีอยู่ทุกวันนี้ นำเสนอแง่คิดให้ผู้ปกครองดูแล้วเกิดประโยชน์ในการเลี้ยงดูลูก เป็นละครน้ำดี อยากมาเป็นตัวละครหนึ่งที่ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกไปครับ”
คาแร็กเตอร์ในเรื่องเป็นอย่างไร?
มาร์ช – “ในเรื่องรับบท ภาณุ เจ้าของ โชว์รูมบิ๊กไบก์ ย้อนกลับไปตอนวัยรุ่นเป็นแฟนกับมาร์กี้ เรามีความฝันอยากออกไปใช้ชีวิตช่วยเหลือสังคม ทำงานอาสา เลยขอแฟนไป แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาท้อง พอกลับมามีข่าวว่าแฟนเก่ามีลูก ใจยังรักอยู่ เขามีลูกกับเรา อยากกลับไปแก้ไขในสิ่งที่เคยทำพลาด จะเป็นคนที่อยู่กับความรู้สึกผิดที่ทิ้งแฟนทิ้งลูกไป อยากกลับไปทำหน้าที่ตรงนั้น พอเกิดเรื่องราวอันตรายกับลูกและแฟน ก็รู้สึกต้องปกป้อง มีความเป็นพ่อ”
บทพ่อดูไกลตัวเรามาก ทำการบ้านเตรียมตัวยังไง?
มาร์ช – “มันไกลตัวจริงๆ ครับ เราไม่เคยมีลูก (หัวเราะ) ก็ต้องไปดูซีรีส์ ดูละคร ดูพ่อเราเอง หรือไปบ้านเพื่อนก็ไปเจอพ่อเพื่อน คือพ่อลูกจะมีเคมีบางอย่างออกมาที่แตกต่างจากพี่น้อง เป็นความสัมพันธ์ที่แข็งแรงที่แตกต่างชัดเจน ก็พยายามเอามาปรับใช้กับตัวละคร”
มันท้าทายการแสดงของเรายังไงบ้าง?
มาร์ช – “มันไกลตัวหลายอย่าง ทั้งคาแร็กเตอร์ ทั้งทักษะการ ขี่บิ๊กไบก์ มันขี่ยาก ก็ต้องไปเรียน จะแนวเป็นไบเกอร์หน่อย ต้องปรับอีกหลายอย่าง ต้องพัฒนาร่วมไปกับผู้กำกับฯและผู้จัด พยายามรีเช็ก ก็ได้พี่ๆ ช่วยเหลือด้วยครับ”
ที่ผ่านมาภาพจำเราเล่นเป็นวัยรุ่นใสๆ แต่วันนี้เล่นเป็นพ่อแล้ว กังวลไหม?
มาร์ช – “ไม่กังวลนะครับ คือเราเล่นเราคิดไปตามเรื่องมากกว่า ก็หวังว่าจะถ่ายทอดออกมาให้ตรงตามผู้เขียนบท ผู้กำกับฯ ตามที่ผู้จัดวางไว้ แล้วคนดูก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับตัวละคร ถ้าคนดูได้รับตรงนี้ไปก็เหมือนเราถึงเส้นชัย”
ร่วมงานกับ ‘มาร์กี้’ ครั้งแรก?
มาร์ช – “ครับ ก่อนเจอก็คิดไว้หลายแบบ พอมาเจอเขาเป็นอีกแบบหนึ่งที่เราคิดไม่ถึง เขาเฟรนด์ลี่ น่ารักมาก เราสามารถเข้ากับเขาได้เลยตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ สบายใจที่จะคุยกัน ร่วมงานกัน คุยได้ทุกเรื่อง มีอะไรก็ถามเขาได้เลยที่ไม่เกี่ยวกับงานด้วยนะครับ เป็นผู้หญิงเก่งรอบรู้และให้คำแนะนำที่ดี ส่วนในเรื่องของวัย ที่ผมอายุน้อยกว่าแล้วต้องเล่นเป็นสามีภรรยากัน โชคดีที่ชีวิตจริงมาร์กี้เป็นคุณแม่มีลูกแล้ว แต่เขายังมีความเป็นวัยรุ่นอยู่เยอะ มันเลยไม่รู้สึกว่าวัยต่างจากเรา”

รู้สึกยังไงที่ได้มา ร่วมงานกับทีมงานใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ?
มาร์ช – “ตื่นเต้นครับ แต่เราเปลี่ยนความตื่นเต้นความกดดันให้เป็นการพัฒนาตัวเอง คือเตรียมทุกอย่างให้พร้อมที่สุด ในวันออกกองเราจะได้ไม่เป็นปัญหาหน้าเซ็ต เขาให้โอกาสเรามาตรงนี้ เราก็ทำหน้าที่ในฐานะนักแสดงให้ดีที่สุดครับ”
สิ่งที่ยากในเรื่องนี้ที่รู้สึกหนักใจมากที่สุด?
มาร์ช – “ถ้าเป็นการแสดงเรื่องความเป็น พ่อที่ต้องเรียงลำดับดีๆ พัฒนาการของตัวละครตั้งแต่วันที่รู้ว่ามีลูกจนถึงวันที่ผ่านเรื่องราวมากมายกับมาร์กี้กับลูก อีกอันหนึ่ง เรื่องการขี่มอเตอร์ไซค์ ขี่บิ๊กไบก์มันยากครับ เครื่องมันใหญ่แล้วต้องมีมาร์กี้ซ้อน รู้สึกเป็นห่วงเขา คิดเยอะไปหมด กลัวเราขี่พลาด ก็เลยไปเรียน พยายามขอคิวไปเรียนไปซ้อมที่สนามแข่ง เพราะเขาให้ขับจริงๆ ในถนน ขี่ที่เขาใหญ่ แล้วจะมีช็อตขี่แล้วต้องเบรกเร็วเอี๊ยด ก็เลยกังวลเป็นพิเศษ ซึ่งจริงๆ ผมขี่มอเตอร์ไซค์เป็นอยู่แล้ว แต่ทักษะมันใช้คนละแบบกับบิ๊กไบก์ ทั้งการเลี้ยวโค้ง การจอดรถ เปลี่ยนเกียร์ เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่”
จากบทบาทนักเรียนวัยรุ่นตั้งแต่เข้าวงการแรกๆ มาวันนี้ได้เล่นเป็นพ่อคน มองเห็นพัฒนาการทางการแสดงของตัวเองอย่างไร?
มาร์ช – “เรามีการแสดงมาหลากหลาย แต่สำหรับละครเราอาจจะยังไม่ได้เล่นเยอะ เพราะเราโตมากับซีรีส์ กับหนัง แต่บทบาทนี้เป็นบทบาทที่ไม่เหมือนเรื่องไหนที่เคยเล่นมา คาแร็กเตอร์ก็แตกต่าง เห็นตัวเองหลังมอนิเตอร์ก็รู้สึกว้าวแปลกตากับตัวเองเหมือนกัน มันเป็นโอกาสและจังหวะ เราก็ 29 แล้ว ยังมีไฟในการแสดง อยากลองบทบาทใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำเดิมไปเรื่อยๆ ครับ”
เป้าหมายชีวิตในวัยย่าง 30 ปีของมาร์ช?
มาร์ช – “ปีที่ผ่านมาเริ่มมีโอกาสได้ทำเป็นโปรดักชั่นมากขึ้น จากเบื้องหน้าเริ่มมาทำเบื้องหลัง ซึ่งเป็นการเรียนรู้ครั้งใหญ่ เข้าใจกระบวนการทำงาน เข้าใจคนในแต่ละหน้าที่มากขึ้น ก็ยังสนุกกับเบื้องหน้าอยู่แต่พอไปเจอเบื้องหลังมันก็มีความสนุกอีกแบบที่เราต้องเรียนรู้ต่อไป เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่กับงานเบื้องหลัง เป็นความท้าทายอีกแบบหนึ่ง ก็มีเป้าอยากทำโปรดักชั่นเฮาส์ให้โตขึ้นเรื่อยๆ ให้แข็งแรงขึ้น อนาคตข้างหน้าอาจจะไปทำเบื้องหลังจริงๆ เลยก็ได้”
“ซึ่งจุดเริ่มต้นการทำโปรดักชั่นเฮาส์เริ่มจากทำช่องยูทูบ พอทำไปทำมาเริ่มจริงจัง มีรายการขยายขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีทีม มีพนักงานประจำ มีงานเข้ามา รับผลิตรายการให้แบรนด์ต่างๆ เริ่มแรกไอเดียแรกเป็นแค่รายการที่จะนำเสนอไลฟ์สไตล์ให้คนดูใกล้ชิดกับเรามากขึ้น แต่พอทำไปทำมาเริ่มมีรายการหลากหลายขึ้น ผมไม่ได้มองว่าต้องแข่งกับใคร กับช่องอื่น เราอยากสร้างงานคุณภาพ สร้างงานแปลกใหม่กับยูทูบประเทศเรา ก็ลงทุนทำขึ้นมา ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างครับ”
ทำมากี่ปีแล้ว ฟีดแบ็กเป็นยังไง?
มาร์ช – “ประมาณ 2 ปีแล้ว ฟีดแบ็กดีครับ มีฐานคนดูมากขึ้นเรื่อยๆ มีรายการหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเป็นคอมมูนิตี้นึงที่เราสร้างคอมมูนิตี้นี้ขึ้นมาแล้วมีคนเข้ามาอยู่กับเราตอนนี้ 6-7 แสนคน เราวางโพสิชั่นของช่องเราเป็นเพื่อนให้คนดู เวลาพักเขาเปิดยูทูบอยากให้นึกถึงช่องเรา การทำคอนเทนต์ที่มันหลากหลาย เขาจะได้เลือกดูคอนเทนต์ที่เขาชอบ ไม่ใช่บังคับดูแค่รายการเดียวที่เป็นมาร์ชอย่างเดียว ก็พยายามดึงเพื่อนมาทำ ดึงคนโน้นคนนี้มาทำ”
อีพีที่คนชื่นชอบและเรียกร้อง เอา ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ มาออกอีกครั้ง?
มาร์ช – “เดี๋ยวจะมีอีกครับ เราไปออกช่องเขา เขามาออกช่องเรา พอมาออกมันก็สนุก ปกติผมกับใบเฟิร์นจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว หน้ากล้องหลังกล้องเป็นแบบที่เห็นเลย เราสนิทกันมาก เจอกันบ่อย ต่อให้ไม่ได้ร่วมงานกันก็นัดเจอกันนอกรอบ จะอัพเดตชีวิตกัน เหมือนโตมาด้วยกัน”
คู่เรามีทั้งคนเชียร์ให้คบกัน และอีกกระแสสนิทกันมากเกินจนจิ้นไม่ไหว?
มาร์ช – “ผมเป็นเพื่อนกับเขา เราสนิทกัน เราเล่นกันแบบนี้ แค่พอ กล้องมาถ่ายก็ถ่ายทอดออกไปในแบบที่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมจะมีเพื่อนต่างเพศ เพื่อนชายหญิงที่สนิทกันและสบายใจ”
ตอนนี้ยังโสดอยู่ไหม?
มาร์ช – “ไม่โสดครับ มีคนคุยแล้ว เป็นสาวนอกวงการ ครึ่งปีแล้วครับ เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ มันจะมีเรื่องราวเหตุการณ์ใหม่ๆ อะไรเข้ามาให้ได้ทดสอบกัน ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป”
รักครั้งนี้ไม่โพสต์ออกสื่อโซเชี่ยล?
มาร์ช – “เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคน สมมติถ้าเราโอเคแต่เขายังหวงความเป็นส่วนตัว ก็ต้องเอาที่แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย มันต้องเป็นการตกลงร่วมกัน ทั้งคู่แฮปปี้ในการลงรูปก็เป็นเรื่องของอนาคต”
ความรักของมาร์ชในวัย 29 เข้าสู่ 30 มุมมองประมาณไหน?
มาร์ช – “จริงๆ ทุกครั้ง หรือครั้งนี้เราก็มีเส้นชัยวางไว้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะช่วยกันเดินไปถึงหรือเปล่า แล้วก็มีเป้าหมายของมัน แต่ระหว่างทางนี่แหละสำคัญที่จะเดินไปถึงเส้นชัยของมัน ก็ต้องช่วยๆ กัน ประสบการณ์ที่ผ่านมาเอามาเป็นด้านดีในการที่จะทำให้ความรักครั้งนี้มันดีที่สุด”
วีรนุช จันทำ