เมื่อวันที่ 14 พ.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19 ว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 21 รายในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจาก “ไข้มรณะ” ในเกาหลีเหนือ หลังการค้นพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกเมื่อ 13 พ.ค. และมีผู้เสียชีวิตที่มีผลตรวจโควิดเป็นบวก 1 รายเมื่อวันก่อน พร้อมยืนยันว่าพบสายพันธุ์โอมิครอนระบาดในกรุงเปียงยางทำให้นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือประกาศล็อกดาวน์ขั้นสูงสุด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีใต้นั้นยืนยันว่าสามารถอนุมานว่าไข้มรณะที่เกิดขึ้นนั้นคือโรคโควิด-19
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นครั้งแรกที่ทางการเกาหลีเหนือออกมายอมรับถึงการระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่ยืนยันมานานว่าไม่มีการระบาดในประเทศตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กระทั่งวานนี้ ขณะที่เกาหลีเหนือระบุว่าพบผู้มีอาการป่วยเป็นไข้ถึง 174,440 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ 81,430 คนมีอาการดีขึ้นและเสียชีวิต 21 รายจากโรค “ไข้มรณะ”
สำนักข่าวเคซีเอ็นเอ กระบอกเสียงของพรรคคนงานเกาหลีเหนือ ระบุว่า ยอดรวมของผู้ที่มีอาการป่วยเป็นไข้นั้นมีถึง 524,440 คน นับตั้งแต่ปลายเดือนเม.ย.ถึง 13 พ.ค. และมียอดผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกาหลีเหนือเรียกว่า “ไข้มรณะ” แล้วจำนวน 27 ราย
แม้รายงานของทางการเกาหลีเหนือไม่ได้ระบุชัดเจนว่าผู้ป่วยที่มีไข้และที่เสียชีวิตจากไข้มรณะนั้นมีผลการตรวจเชื้อก่อโรคโควิดเป็นบวกหรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเกาหลีเหนือจะประสบกับความยากลำบากในการตรวจหาผู้ติดเชื้อ
นายจอง ซองจาง ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันซีจองในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า การอนุมานผู้ที่มีอาการป่วยเป็นไข้ข้างต้นว่าติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 นั้นสมเหตุสมผลทางการแพทย์เนื่องจากเกาหลีเหนือนั้นมีความสามารถในการตรวจไม่เพียงพอ
ด้านสื่อตะวันตกมองว่าการระบาดที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความล้มเหลวของมาตรการปิดประเทศ 2 ปีที่ผ่านมาด้วย