เทวธรรม

ธรรมะวันหยุด

คําว่า เทวธรรม แปลว่า ธรรมะของเทวดา หรือธรรมะที่ทำคนให้เป็นเทวดา

หิริ แปลว่า ความละอาย ได้แก่ ความละอายแก่ใจตนเองต่อการประพฤติทุจริต ทางกาย วาจา และใจ บุคคลที่ไม่กล้าทำบาปเพราะกระดากอายต่อคนทั้งหลาย อย่างนี้ไม่จัดเป็นหิริ ต่อเมื่อมีความอดสูขึ้นในใจของตนเองแล้วไม่กล้าทำทั้งในที่ลับและที่แจ้ง อย่างนี้จัดว่าเป็นหิริ ความละอาย

การคำนึงถึงชาติ สกุล วัย ทรัพย์ ยศ และศิลปวิทยา โดยที่สุดการรู้จักผิดชอบชั่วดีของตนเองเป็นสมุฏฐานแห่งหิริ เมื่อบุคคลคำนึงถึงคุณสมบัติเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว หิริย่อมเกิดขึ้น

การสะอิดสะเอียนต่อการทำบาปเป็นลักษณะแห่งหิริ ผู้มีหิริย่อมรังเกียจต่อการทำบาปทางกาย วาจา ใจ เปรียบได้กับชายหนุ่มหญิงสาวผู้กำลังรักสวยรักงาม อาบน้ำชำระร่างกายแล้ว แต่งตัวด้วยเครื่องนุ่งห่มอันสะอาด พึงขยะแขยงต่อของสกปรกโสโครก อันจะมาเปื้อนกายหรือเครื่องนุ่งห่ม ฉะนั้น

โอตตัปปะ แปลว่า ความเกรงกลัวต่อความผิด ไม่กล้าทำผิด จะทำผิดก็รู้สึกว่าฝืนความรู้สึกของตนเอง พอใจจะทำแต่สิ่งที่ตนรู้สึกว่าถูก ว่าชอบเท่านั้น คนจะทำบาปแค่คิดกลัวมารดาบิดา อาจารย์ เจ้านาย จะลงโทษหรือกลัวต่ออาชญาแผ่นดิน อย่างนี้ไม่จัดว่าเป็นโอตตัปปะ ต่อเมื่อมีความรู้สึกเกรงว่าสิ่งที่ตนจะทำนั้นผิดทำนองคลองธรรม ผิดธรรมเนียม ผิดระเบียบแบบแผนของสังคม อย่างนี้จัดว่าเป็นโอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อความผิด

การคำนึงถึงผลแห่งบาปเป็นสมุฏฐานแห่งโอตตัปปะ ขึ้นชื่อว่าบาปอันใครๆ ไม่ควรดูหมิ่นว่ามีประมาณเล็กน้อย เพราะว่าฝนตกทีละหยาดๆ ย่อมยังภาชนะที่รองรับให้เต็มได้ฉันใด คนพาลสั่งสมบาปทีละน้อยๆ ย่อมเต็มเปี่ยมด้วยบาปฉันนั้นเหมือนกัน

ความพรั่นพรึงต่อบาปเป็นลักษณะแห่งโอตตัปปะ ผู้มีโอตตัปปะย่อมพรั่นพรึงต่อทุจริตทางกาย วาจา ใจ เปรียบเสมือนคนผู้รักชีวิตเห็นอสรพิษหรือสัตว์ร้ายแล้วย่อมสะดุ้งกลัว ฉะนั้นหิริและโอตตัปปะนี้ เป็นธรรมคู่กัน มีปรากฏในที่ทุกสถาน บางแห่งทรงแสดงโดยฐานะเป็นสัปปุริสธรรม ด้วยเหตุที่ชนผู้เป็นสัตบุรุษ ย่อมประกอบด้วยธรรมทั้งสองประการนี้เสมอ บางแห่งตรัสว่าเป็น อริยทรัพย์ คือคุณสมบัติของพระอริยบุคคล เพราะเหตุที่พระอริยบุคคลตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปจนถึงพระอรหันต์ ย่อมประกอบด้วยหิริโอตตัปปะทั้งนั้น

บางแห่งก็ตรัสว่าเป็น สุกกธรรม คือ ธรรมอันผ่องแผ้ว เพราะเป็นธรรมบริสุทธิ์และยังชนผู้รักษาให้บริสุทธิ์ควรประพฤติธรรมอื่นยิ่งๆ ขึ้นไป เปรียบเหมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน ย่อมรับน้ำย้อมสมปรารถนาของนายช่างย้อม ฉันใด ชนผู้มีหิริโอตตัปปะ มีความประพฤติหมดจดครบไตรทวาร อาจประพฤติธรรมอื่นให้ยิ่งขึ้น และอาจยังธรรมที่ตนประพฤติอยู่ไม่ให้ด้อยลง มีแต่เจริญขึ้น ฉันนั้น

ผู้มีปัญญา ควรตั้งตนให้อยู่ในหลักเทวธรรมทั้ง 3 ประการ กล่าวคือ หิริ ความละอายแก่ใจ โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อความผิด สุกกธรรม ธรรมอันขาว คือ สุจริตธรรมเป็นเครื่องชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์สะอาด อันจะเป็นเหตุให้ได้รับผลานิสงส์ คือความบริสุทธิ์สะอาดทางกาย วาจา และใจ และได้ชื่อว่าเป็นผู้ทรงเทวธรรม คือธรรมะของเทวดา หรือธรรมะอันทำคนให้เป็นเทวดา

อันจะเอื้ออำนวยให้ได้ประสบสันติสุขที่พึงปรารถนาทั้งแก่ตนเองและสังคมประเทศชาติโดยส่วนรวม

พระศรีศาสนโมลี (สุทธิวัฒน์ ภูริญาโณ ป.ธ.9)
วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร www.watdevaraj.org

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน