‘กวาง’32ปีในวงการบันเทิงอิ่มตัวแสดง-‘ดอกรัก’พิสูจน์ฝีมือ
อาทิตย์ใส
เพราะเป็นบทที่ท้าทายฝีมือการแสดง ทำให้นักแสดงรุ่นใหญ่ ‘กวาง’ กมลชนก เขมะโยธิน อดใจไม่ไหว ตกปากรับคำ ลงถ่ายทอดตัวละคร ‘ดอกรัก’ ในละคร “บ่วงใบบุญ” ทางช่อง 8
โดยวันนี้ เจ้าตัวมาเปิดใจถึงบทบาทที่ได้รับ พร้อมพูดชัดอิ่มตัวการแสดง อีกทั้งยังเผยเคล็ดลับที่อยู่ในความทรงจำของแฟนๆ ตลอด 32 ปีในเส้นทางวงการบันเทิง
เว้นไปนานกี่ปีถึงกลับมารับละคร อีกครั้ง?
กวาง – “3 ปีค่ะ นานๆ จะรับสักเรื่อง เคยเว้นไป 6 ปีก็มีถึงกลับมาเล่น หลังจากนั้นก็เว้นไปอีก 3 ปีบ้าง 2 ปีบ้าง อยู่ที่ว่า มีบทที่ทำให้อยากเล่นเมื่อไหร่เราถึงกลับมา แต่ถ้า ไม่น่าดึงดูดพอก็จะไม่เล่น ซึ่งพอกลับมารับเรื่อง บ่วงใบบุญ ทำให้รู้สึกว่าคงจะยากขึ้นเรื่อยๆ แล้วที่จะรับละครเรื่องต่อไปค่ะ”
เหตุผลอะไรที่ทำให้ปฏิเสธละคร “บ่วงใบบุญ” ไม่ได้?
กวาง – “เพราะเป็นบทที่ท้าทายมากที่สุดตั้งแต่ชีวิตการแสดง 32-33 ปี ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าชวน ตัวละครนี้มันร้ายมันชั่วมาก แล้วเป็นตัวเอกของเรื่อง เรียกว่ามาถูกที่ถูกเวลา ถ้ามาชวนตอนที่เล่นละครใหม่ๆ คงไม่กล้าเล่น ถือเป็นอีกมาสเตอร์พีซหนึ่งเลย มันไม่ใช่แค่ละครแซ่บร้อนแรงธรรมดา แต่เป็นละครที่ให้อุทาหรณ์สอนใจและแง่คิดเยอะมาก”

ตอนเห็นบท ‘ดอกรัก’ ครั้งแรก แอบมีลังเลไหมว่าถ้ารับเล่นแล้วจะกระทบภาพลักษณ์ผู้หญิงอ่อนหวานแสนดีที่มีมาอย่างยาวนาน?
กวาง – “อันนี้ข้อใหญ่เลยที่ต้องมาขบคิด ก็ปรึกษาคนที่เข้าใจเรา เริ่มจากพี่น็อต (นุติ) คุณแม่ และน้ำฝน น้องสาวที่อยู่อเมริกา ทั้ง 3 คนเชียร์ด้วยเหตุผลต่างๆ อย่างฝนถึงขั้นบอกว่าถ้าเป็นตัวเขาเองจะรับเล่นเลย บทท้าทายมาก คิดได้ยังไงเอาคนอย่างพี่กวางมาเล่น”
“ที่ต้องคิดหนัก เพราะตัวจริงเราเป็นคนที่คลีน เกิดและเติบโตในกรอบประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม สมัยเรียนเป็นนักเรียนตัวอย่างโรงเรียนราชินี ประกวดมารยาทได้ที่ 1 ได้รางวัลความประพฤติของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย พอเข้าธรรมศาสตร์ก็ได้รางวัลนี้อีก เข้าวงการก็ได้ตำแหน่งสตรีดีเด่นแห่งชาติ เราอยู่ในศีลในธรรม แต่ดอกรักตรงข้าม คือผิดศีลธรรมทั้งหมด แต่มีสิ่งที่เหมือนเราตรงที่ตอนทีมงานติดต่อมาบอกว่าเขาต้องการคนที่เป็นระดับนางเอก มีภาพลักษณ์ที่ดูแล้วเชื่อว่าถ้านุ่ง ชุดขาวแล้วเดินในวัดคนก็อยากไหว้ คนเชื่อว่าเป็นคนดี ซึ่งก็มีเรานี่แหละ แต่คนคนนั้นต้องเล่นอะไรที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คนเห็นได้ ซึ่งเขาเชื่อในฝีมือเรา”
“พออ่านบทก็เริ่มเข้าใจตัวละครว่ามีที่มาที่ไป ยังไงและมีบทสรุปที่ดีมาก เลยคิดว่าเล่นดีกว่า ท้าทายดี แต่ใจแอบตุ๊มๆ ต้อมๆ ว่าคนดูจะช็อกไหม คุณครูจะยึดประกาศนียบัตรต่างๆ คืนไหม น้องๆ ที่เห็นเราเป็นไอดอลจะพังทลายลงไหม แต่เราเดินมารับเรื่องนี้ด้วยความเชื่อมั่นว่าเราไม่มีวันเป็นอย่างตัวละครเด็ดขาด อีกอย่างเราต้องก้าวข้ามเส้นกั้นระหว่างที่เรามีกรอบของเราไว้ ซึ่งอันนี้ยากมาก แต่พอทำได้รู้สึกดีใจมาก”
ฉากเลิฟซีนหนักหน่วง?
กวาง – “มันไม่ใช่เลิฟซีนธรรมดา แต่มีความจิตเหมือนมาโซคิสม์คือชอบความรุนแรง ต้องให้ผู้ชายตบก่อนหรือตบผู้ชายก่อนแล้วถึงมีเซ็กซ์ แค่เลิฟซีนก็ยากแล้ว จริงๆ ดอกรักเป็นมนุษย์สีเทาเข้มคนหนึ่ง แต่ที่รู้สึกยากและคับข้องใจมากคือต้องไปตบ ไปกระทืบคนอื่น ความที่เล่นละครมา 30 กว่าปีโดนกระทำมาตลอด มีแต่คนตบเรา ร้องไห้น้ำตาท่วม ไม่พูดไม่เถียง เรื่องนี้จะเถียงฉอดๆๆ ด่าคนอื่น ตบ กระทืบ แล้วที่ผ่านมาเลิฟซีนที่เคยเล่นเป็นเลิฟซีน จับมือ กอด มองตาซึ้ง หอมแก้ม ไม่ได้ออกแนว อย่างเรื่องนี้ที่ทำเสียงกระเส่า หายใจหอบๆ บางฉากไปทำกันอยู่ที่โรงหล่อพระ หันไปแบบพระเต็มเลย เอาคนอย่างเรามาเล่นอย่างนั้นได้ยังไง (หัวเราะ)”
เรื่องนี้ใช้พลังเยอะที่สุดเลยหรือเปล่า?
กวาง – “ที่สุด เครียดกับการแสดงละครเรื่องนี้มาก ตัวละครมีอินเนอร์มีความซับซ้อนเยอะมาก ทำให้เราเครียดหนักจนไม่เคยเป็นอย่างนี้ที่วันนั้นฉากร้องไห้ติดกัน 2-3 วัน วันสุดท้ายขึ้นรถแล้วยังนั่งร้องไห้อยู่ จนต้องตั้งสติให้ตัวละครดอกรักออกไป พอกลับถึงบ้านนอนไม่หลับต้องกินยานอนหลับ”
มาสเตอร์พีซจริงๆ เพราะคงไม่ได้เห็น ‘กวาง กมลชนก’ เล่นแบบนี้บ่อยๆ?
กวาง – “ไม่ได้ไม่เห็นบ่อยๆ แต่จะไม่ได้เห็นอีกเลย (หัวเราะ) เราไม่เล่นแล้ว เรื่องนี้เรื่องเดียว ให้เห็นว่าเราเล่นได้กับความร้ายและเลิฟซีนแบบนี้ ไม่ถนัดในการเล่นบทแบบนี้เลย แต่อยากพิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นนักแสดงเล่นได้ทุกบท ยอมทำเพื่อผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ ยากมากที่จะทำใจก้าวข้ามความอายต่างๆ ที่ต้องแสดงออกไป ทรมานจิตใจมาก”
“แรกๆ ยากนะเพราะภาพจำเรา 30 ปีเป็น อังศุมาลิน จากคู่กรรม หรือ แม่เนียน จากอาญารักมาตลอด แล้วจะทำให้คนยอมรับภาพใหม่ภาพนี้ซึ่ง ตรงกันข้าม จะทำได้เหรอ นี่คือบทพิสูจน์อันหนึ่งว่าสุดท้ายแล้วคนส่วนใหญ่ยอมรับ”
“ยอมรับอิ่มตัวทางด้านการแสดงจริงๆ ไม่คิดว่าจะมีบทที่ยากและท้าทายไปกว่านี้แล้ว ด้วยวัยเราอยู่มา 3 ทศวรรษ เดินมาถึงวัยกลางคนแล้ว การจะได้เล่นบทตัวเดินเรื่องคงยากขึ้น อาจจะมีก็ได้ ถ้ารู้สึกว่าท้าทายก็อาจจะกลับมาเล่น แต่ถ้าถามว่าต่อไปนี้จะเล่นร้ายไหม ไม่แล้วค่ะ”
32 ปีในวงการบันเทิง สำหรับตัวเองพอใจมากน้อย แค่ไหน?
กวาง – “พอใจมาก เกินคาดมาเยอะ ก้าวแรกที่เข้าวงการ เซ็นสัญญาช่อง 7 แค่ 2 ปี เล่นคู่กรรม ก็คิดว่า 2 ปีพอแล้วกับการเป็นนางเอก ก็ไปเซ็นสัญญากับ แกรมมี่อีก 2 ปีเพื่อเป็นนักร้อง แล้วก็พอแล้วกับการเป็นนักร้อง แต่หมดสัญญาการแสดงแล้วก็ยังมีละครติดต่อเรื่อยๆ อังศุมาลินทำให้ มีงานต่อๆ มา เลยไม่เซ็นสัญญากับใคร จะรับงานเมื่ออยากทำเท่านั้น”
“แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่คอยแต่คิดจะไปเรียนต่อ กลับไม่ได้ไปเรียนต่ออะไรเลย มีงานโน้นงานนี้เผลออีกที 10 ปีแล้ว จนมาอาญารัก ก็ประสบความสำเร็จสูงอีกครั้ง แล้วก็ตัดสินใจแต่งงานและจะเลิกเล่นละคร เอ้า! ยังมีคนมาชวนอีก งั้นเดี๋ยวค่อยมีลูกแล้วกันก็เล่นไปอีก 3 เรื่อง หลังจากนั้นมีลูกแล้วหยุดไป 6 ปี ใครจะคิดว่ายังมีคนมา ชวนเล่นละครอีก กลับมาเล่น แก้วล้อมเพชร ให้พี่บอย (ถกลเกียรติ) จนมา ไทรโศก ช่อง 3 และ ราชินีหมอลำ ช่องวัน ตอนนั้นก็คิดว่าพอแล้ว จนช่อง 8 มาชวนเล่น บ่วงใบบุญ จนถึงวันนี้ก็ 32-33 ปีแล้ว เรียกว่าเกินฝันหมดทุกอย่าง ตอนนี้คือจะรักษาจุดยืนของตัวเองยังไงให้อยู่ในความทรงจำของคุณผู้ชม ดีกว่า”
อังศุมาลินคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เส้นทางในวงการเดินมาไกลถึง 32 ปี?
กวาง – “ใช่ค่ะ คนดูรักตัวละครนี้มากและเข้าใจว่ากวางคืออังศุมาลินด้วย เขาหลอมรวมตัวละครกับตัวจริงไปด้วยกัน แล้วในความเป็นจริงอังศุมาลินคือ ตัวละครที่ใกล้เคียงตัวกวาง มากจริงๆ หนึ่งอังศุมาลินเรียนธรรมศาสตร์ ตอนนั้นตัวเองก็เพิ่งจบธรรมศาสตร์ อังศุมาลินเป็นผู้หญิงที่มีความเชื่อมั่นมีทิฐิ แต่ไม่ค่อยรู้จักความรักที่แท้จริง เหมือนเป็นคนที่ดูแข็งสามารถเถียงกับทหารญี่ปุ่นได้ แต่ในเรื่องความรักเขาอ่อนแอมาก เราถึงเข้าใจอังศุมาลินมากเพราะเราก็มีอะไรคล้ายกัน พ่อกมลชนกเป็นตำรวจ พ่ออังศุมาลินเป็นทหาร อังศุมาลินสนิทกับแม่ เราก็สนิทกับแม่มากๆ แล้วก็มีวิธีคิดหลายอย่างที่รักชาติเหมือนกัน มันไปแนบกับอังศุมาลินได้จนคนเห็นเราเป็นอังศุมาลิน”
ยังจำความดังในตอนนั้นไหม?
กวาง – “ตอนนั้นเรตติ้ง 40 สูงมาก ไม่เคยมีเรื่องไหนเท่าอีก แล้วก็คงไม่มีวันมี เพราะตอนนี้กลายเป็นโซเชี่ยลไปแล้ว แต่ความประทับใจในวันนั้นคือจดหมายมาเป็นกระสอบ เวลาอังศุมาลินไปตลาดจะมีแต่คนให้ของเต็มไปหมด ตอนดังมากๆ เดินห้างมาบุญครองไม่ได้ เดินไปสักพักหันมาอีกทีคนอยู่ข้างหลังเต็มไปหมด เบียดๆ เข้ามาจนกลายเป็นว่า เจ้าของร้านบอกว่าขอโทษนะคะคุณกวาง ช่วยออกจากร้านหน่อยเถอะค่ะ เพราะตอนนี้ร้านจะพังแล้ว ยามต้องมาเป่านกหวีดและพาเรากับคุณแม่หนีไปบันไดหนีไฟ เพื่อไปที่รถ คือชีวิตตอนนั้นเดินห้างไม่ได้”
เชื่อว่านักแสดงหลายคนมี กวาง กมลชนก เป็นต้นแบบ ถ้ามีโอกาสจะบอกอะไรน้องๆ ได้อยากบอกอะไร?
กวาง – “อยากบอกว่าโอกาสไม่ได้เป็นของเราเสมอไป ถ้ามีโอกาสจงทำมันให้ดีที่สุด สิ่งที่ยากที่สุดคือรักษาจุดยืนของเราไว้ให้ได้ เมื่อเรามีชื่อเสียงโด่งดังเราจะทำยังไงให้อยู่ตรงนั้นได้นานที่สุด นั่นคือเราต้องมีวินัย มีความรับผิดชอบ มีความตั้งใจ ซื่อสัตย์ต่ออาชีพตัวเองและคนที่สนับสนุนเรา ถ้าเราทำทุกอย่างแล้วคิดถึงเขา เราจะไม่ทำอะไรที่ไม่ดี ทุกอย่างมันพลิกผันได้ภายในพริบตา เคยดังได้ก็ตกลงมาได้ อย่าหลงอย่าเหลิง เราคิดเสมอว่าตัวเองคือคนธรรมดาที่บังเอิญมีชื่อเสียงและเป็นที่รัก ฉะนั้นต้องคิดเยอะว่าสิ่งที่เราจะทำทั้งหมดมันมีผลกระทบต่อสังคมส่วนรวมและคนที่เขารักเรามากน้อยแค่ไหน”
ฝากถึงแฟนๆ?
กวาง – “อยากขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ยังยืนหยัดอยู่ เคียงข้างกันตลอดมา และเป็นกำลังใจให้ไม่ว่าจะรับงานอะไรก็ตามทุกคนไว้ใจ เรามีความสุขมากที่อยู่ตรงนี้ แฟนคลับนี่แหละที่ทำให้เราหนีไปไหนไม่ได้ ถึงแม้จะอิ่มตัวยังไงก็ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการนี้ ตราบใดที่ยังมีคนอยากดูและมาจ้างอยู่ เราก็จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อความสุขของทุกคนค่ะ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล