พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปราม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 นับว่าเป็นเครื่องมือหลักที่นำมาใช้ต่อสู้กับขบวนการค้ายาเสพติดได้อย่างได้ผลชะงัดนัก
ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2565 พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 ตำรวจ จ.ชลบุรี ร่วมกันนำเจ้าหน้าที่ชุด ป.ป.ส.ภ.2 ปฏิบัติการปิดล้อมเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มสิทธิชัย หรือต้อล มานะดี หัวหน้าเครือข่าย “แก๊งเหลือเชื่อ” ทั้งหมดจำนวน 6 เป้าหมาย ในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเชียงใหม่

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 นำแถลง
พล.ต.ต.ธีรเดชเปิดเผยที่มาที่ไปของ ปฏิบัติการครั้งนี้ว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2564 เจ้าหน้าที่ ปส.ภ.2 ได้จับกุมนายเกริกชัย รักษ์วงวาน กับพวกพร้อมยึดทรัพย์ที่เชื่อว่าได้มาจากการค้าและฟอกเงินยาเสพติด รวมมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนนายสิทธิชัยตัวการใหญ่ สามารถหลบหนีไปได้
วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจนสามารถจับกุมเครือข่ายเพิ่มเติมอีก 2 ราย มีนายวัชรพงษ์ หรือแฟร์ วัฒนา อายุ 30 ปี จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 232/2 หมู่ 2 ต.หนองตำลึง อ.พานทอง จ.ชลบุรี และ น.ส.รชภัค หรือปุ๋ย ธนพานิชหิรัญ อายุ 33 ปี จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 53/23 ซ.3 ม.11 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี
พร้อมกันนี้ได้ตรวจยึดทรัพย์สิน รวมมูลค่า 10,192,130 บาท ประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้อต่างๆ รวม 5 คัน, เงินสด จำนวน 1,092,130 บาท, สร้อยคอทองคำ 3 เส้น, พระพร้อมกรอบลักษณะคล้ายทอง จำนวน 8 องค์, นาฬิกาต่างประเทศ จำนวน 2 เรือน, บ้านพักพร้อมที่ดินและยังอายัดเงินในบัญชีอีก 500,000 บาท

จับนายวัชรพงษ์ วัฒนา
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้ประกอบธุรกิจและหุ้นส่วนในเว็บการพนันออนไลน์ กับนายสิทธิชัยมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปี แต่ปฏิเสธ ในเรื่องเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายสิทธิชัย
ขณะที่เมื่อเวลา 06.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 2 ยังร่วมกับตำรวจ สภ.ห้วยไร่ และ เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการตำรวจจังหวัดเชียงราย รวมทั้งสิ้นกว่า 30 นาย ได้สนธิกำลังกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี เดินทางไปที่อพาร์ตเมนต์สบายดี ตั้งอยู่ในย่านนิคมอุตสาหกรรม ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี มีความสูง 8 ชั้น มีห้องเช่า 84 ห้อง ราคาประมาณ 120 ล้านบาท พร้อมนำเอกสาร การตรวจยึดเข้าแสดง หลังทราบว่ามีการ จดทะเบียนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของนางทัศพร ภัทรจิรประภา ที่มีหมายจับฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จากการสอบถามทางพนักงานทราบว่าเปิดให้เช่าพักเดือนละ 3,500 บาท มีผู้เช่าเต็มทุกห้อง มี รายได้ต่อเดือนประมาณ 294,000 บาท
การตรวจยึดทรัพย์ครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2565 ด่านตรวจห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ได้จับกุมนายวิบูรณ์ ทะกัน ชาวจังหวัดเชียงราย ขณะขับรถบรรทุก 10 ล้อ ขนลำเลียงยาบ้า 5,600,000 เม็ด และไอซ์ 20 กิโลกรัม ต่อมาขยายผลจับกุมนายสม บุดดี และนายไพโรจน์ ชัยวงค์ ผู้สั่งการให้นาย วิบูรณ์ขนยาเสพติดของกลาง ตรวจยึดทรัพย์สินไปแล้วกว่า 23 ล้านบาท

บุกจับ น.ส.รชภัค ธนพานิชหิรัญ
ตํารวจสืบสวนต่อจนพบว่ามีนายธนกร ภัทรจิรประภา ชาว จ.ปทุมธานี มีบทบาทเป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยเดินทางไปเจรจาซื้อขายยาล็อตนี้และเป็นตัวประกันที่ประเทศเพื่อนบ้าน และพบการติดต่อกันทางโทรศัพท์และโอนเงินไปมาหากันจำนวนมากในช่วงเกิดเหตุกับนางทัศพร ภัทรจิรประภา และกลุ่มนักค้าชายแดนภาคเหนือที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านและในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2565 ศาลได้อนุมัติหมายจับ ให้จับกุมนายธนกร กับนางทัศพร ภัทรจิรประภา และพวกรวม 12 คน ฐานร่วมกันจำหน่าย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทราบว่านางทัศพร ผู้ต้องหาตาม หมายจับเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์สบายดี จึงได้ประสานกับทาง ป.ป.ส.ภาค 2 ชลบุรี เข้ายึดตรวจสอบดังกล่าว
จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ยังพบประวัติของนางทัศพรว่า เมื่อปี 2559 เคยถูกตรวจสอบทรัพย์สินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีที่ สภ.แม่พริก จับกุมยาบ้าหลักล้านเม็ด และเมื่อปี 2548 ยังเคยถูกร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดและมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้ประกอบอาชีพใด ซึ่งอาจเป็น ผู้ถือครองทรัพย์สินแทนญาติ ซึ่งเป็นนักค้า ยาเสพติดรายใหญ่อีกด้วย
ทรัพย์สินที่ได้มาจากความเดือดร้อนของคนในสังคม ก็สมควรแล้วที่จะต้องยึดคืนมาทำประโยชน์ให้สุจริตชนในสังคม
อดิศร จิตตเสวี
สวัสดิ์ ผลชัยภูมิ
เรื่อง/ภาพ