เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่สะท้อนกระแสนิยมของรัฐบาล เพราะเป็นเพียงการเลือกตั้งจังหวัดเดียวว่า เป็นคำพูดที่ชวนให้ตั้งคำถามต่อว่าทำไม กทม.จึงเป็น เพียงจังหวัดเดียวที่มีผู้บริหารสูงสุดที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนในพื้นที่ เพราะแม้จังหวัดอื่นทั่วประเทศมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่สังกัดราชการส่วนท้องถิ่น แต่อำนาจส่วนใหญ่ในการบริหารยังตกอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาจากการแต่งตั้งโดยราชการส่วนกลาง
นอกจาก กทม.จะผูกขาดอำนาจ มูลค่าทางเศรษฐกิจ และบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ ไว้แล้ว ความแตกต่างในเชิงโครงสร้างการบริหารจังหวัดยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างกทม. และจังหวัดอื่นๆ ที่เรื้อรังมายาวนาน ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับชาวกทม. ที่ได้ขีดเส้นทางอนาคตของตนเองหลังไม่ได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มา 9 ปี และยังเป็นสัญญาณที่ส่งออกมาชัดเจนว่า ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและไม่ยอมรับผลงานของรัฐบาลและที่มาอันไม่ชอบธรรม ซึ่งสืบทอดมาจากคณะรัฐประหาร
ชาว กทม.หวังว่าความตื่นตัวของคนทั่วประเทศต่อการเลือกตั้ง กทม.จะนำไปสู่พลัง ในการสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการแก้กติกาให้มีผู้บริหารสูงสุดในจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งของคนในพื้นที่ แต่รวมถึงการทำให้ผู้บริหารจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งเหล่านั้น มีอำนาจและงบประมาณเพียงพอแก้ปัญหาในพื้นที่ ของตนเองด้วย