เป็นที่ทราบกันดีว่าทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของไทย ด้วยเหตุนี้หลายหน่วยงานจึงเข้ามาช่วยกันส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อย่างล่าสุดสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้พาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมสวนพุทธรักษา ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี อันเป็นสวนหนึ่งในโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเกษตรกรไทยสู่ smart farmer (กรณีศึกษาการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเพื่อการ ส่งออก)” ที่มี รศ.ดร.วรภัทร วชิรยากรณ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย ซึ่งทางวช.ให้ทุนสนับสนุน

พอไปถึงสวน ‘คุณวัชชิระ สิทธิสาร’ เจ้าของสวนพุทธรักษา และทีมงานวิจัยของ มธ. แกะทุเรียนให้ทานก่อนเลย ทั้งชะนีและหมอนทอง ส่วนใหญ่ไม่มีใครทานเม็ดเดียว บางคนทานเกือบ 10 เม็ด เพราะรสชาติหวานอร่อยมาก แถมมีกลิ่นหอมดอกไม้ เนื้อนุ่มละเอียด เม็ดลีบ และเปลือกบาง ฉะนั้นเมื่อทานเม็ดแรกจึงต้องทานต่อไปเรื่อยๆ จนกว่า….

เจ้าของสวนพุทธรักษา วัย 50 ปีผู้นี้ เล่าว่า เรียนจบสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นเป็นพนักงานขายเคมีเกษตร ตอนนี้เปิดร้านขายเคมีเกษตร สวนนี้มีเนื้อที่ 19 ไร่ โดยเช่าพี่สาวปลูกทุเรียนมีทั้งก้านยาว ชะนี พวงมณี และหมอนทอง รวม 300 กว่าต้น และมีมังคุดด้วย โดยปลูกมาเป็นปีที่ 9 แล้ว ก่อนหน้านี้ขายทุเรียนให้ลูกค้าแล้วไม่มีความสุขเพราะรสชาติทุเรียนยังไม่ดีนัก แต่พอมาร่วมโครงการวิจัยของอาจารย์ มธ. เป็นปีที่ 4 ทำให้ได้ทุเรียนคุณภาพรสชาติหวานอร่อย ทานแล้ว ไม่เรอเหม็นเหมือนทุเรียนทั่วไป ที่สำคัญแม้จะปลูกแค่ 9 ปี แต่ต้นสมบูรณ์เหมือนต้น 20 ปี เพราะต้นใหญ่มาก ให้ผลผลิตต้นละ 300-400 กิโลกรัม (ก.ก.) บางครั้งถึง 500 ก.ก. คาดว่าปีนี้ผลผลิตทั้งหมดของสวนน่าจะได้ 30-40 ตัน
สำหรับเทคนิคการผลิตทุเรียนเกรดพรีเมียมนั้น คุณวัชชิระอธิบายว่า ต้องทำต้นให้สมบูรณ์ ในช่วงที่ทุเรียนโต สวนทุเรียนบางสวนแห้งมาก แต่สวนตนเดินเมื่อไรชุ่มชื่นตลอดปีเหมือนสภาพน้ำร่อง

แต่ไม่ได้ยกร่อง เป็นการทำเลียนแบบธรรมชาติให้มีความชุ่มชื่นตลอดเวลา โดยใส่ปุ๋ยไปพร้อมกับน้ำ เดือนหนึ่งประมาณ 3-4 รอบ ทุเรียนจะได้กินปุ๋ยเป็นรอบๆ ทำให้เนื้อทุเรียนจะแเน่นมาก
การบำรุงต้นเริ่มจาก พอตัดลูกเสร็จเดือนมิ.ย. ก็เริ่มฟื้นต้นเลย ทำให้แตกรากแตกใบใหม่ ใส่ปุ๋ยพวกฮิวมิค แอซิด ไปพร้อมกับน้ำ รวมทั้งปุ๋ยสูตร 16-16-16 หรือสูตร 17-17-17 ช่วงนี้เป็นการเตรียมต้นต้องทำใบให้ดี สม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการออกดอก พอออกดอกเสร็จถึงเริ่มกระบวนการติดลูก โดยใช้กระบวนการ Basin Fertigation การควบคุมการให้น้ำ ถ้าเข้าใจหลักการตรงนี้ไม่ใช่เรื่องยาก คือทำตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น ดูแลใบอย่างดี สิ่งที่ทำไม่ได้คือสภาพอากาศ อันนี้ต้องเป็นไปตามสถานการณ์ มีแดดออก มีฝนตก อากาศเย็น อากาศหนาว ต้องแก้ไปตามสภาพ แต่ถ้าสิ่งที่ทำได้คือเตรียมที่ดินให้พร้อมและทำต้นให้ดีที่สุด

ช่วงติดดอกเดือนพ.ย.-ธ.ค. พอดอกบานต้องดูแลกระบวนของดอก ให้อาหารแคลเซียมโบรอน ระยะเริ่มติดลูกเล็กประมาณม.ค.-ก.พ. ขนาดลูกเล็กใช้ปุ๋ยสูตร 15-5-20, 15-5-30 ใช้ตั้งแต่ลูกเล็กเลยก่อนเก็บเกี่ยว
ระบบน้ำในสวนมีบ่อบาดาล 2 บ่อ การปลูกทุเรียนต้องดูแลตลอด เพราะมีปัญหาเยอะมาก ไม่ได้ทำง่ายๆ บางครั้งเจอโรครากเน่าโคนเน่า ในส่วนรากเน่า ต้องใช้ยาสารเคมี ฝังเข็มฝังยาเข้าไปในต้น โรคนี้เกิดจากเชื้อรา

วิธีแก้อีกอย่างคือ ใช้ต้นทองหลาง ชาวสวนนนท์ที่ปลูกทุเรียนไม่มีปัญหานี้เพราะปลูกทองหลาง รากทองหลางจะสานไปกับรากทุเรียน อาจมีสารที่ทำให้เชื้อโรคไม่เจริญก็ได้ เป็นสิ่งเกื้อกูลกัน เรื่องพวกนี้เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณ
สวนนี้เป็นเกษตรปลอดภัย ในช่วงก่อนจะตัดขายก็เว้นระยะไม่ใช้สารเคมี

คุณวัชชิระบอกด้วยว่า ทุเรียนที่มีรสชาติดีอร่อย ต้องมีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง ในปีที่ฝนพอดีไม่ชุกเหมือนปีนี้ ทุเรียนสวนพุทธรักษามีเปอร์เซ็นต์แป้งสูงถึง 45% ปีนี้ได้แค่ 37%-39% น้อยกว่าปีที่ฝนแล้ง
ทั้งนี้ผลจากการเข้าร่วมทำทุเรียนคุณภาพ ปรากฏว่าทุเรียนของสวนพุทธรักษาขายดีมาก อย่างที่เจ้าของสวนกล่าว “ทุกวันนี้มีลูกค้าสั่งซื้อออนไลน์เยอะมาก หมอนทองขายก.ก.ละ 200 บาท ชะนี 160 บาท พวงมณี 180-200 บาท รวมค่าจัดส่งเรียบร้อยเลย กล่องหนึ่งมี 3 ลูก ผมเองไม่เคยกินทุเรียนเมืองนนท์ แต่ รศ.ดร.วรภัทรและทีมวิจัยระบุรสชาติไม่แตกต่างกัน เพราะสวนพุทธรักษาเลียนแบบการปลูกของสวนนนท์”
ผู้สนใจติดต่อสอบถามคุณวัชชิระได้ที่ 08-1828-6430 หรือเข้าไปดูที่เพจสวนพุทธรักษา

ด้าน รศ.ดร.วรภัทรให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นวัตกรรม ‘Basin Fertigation’ คือการให้ปุ๋ยให้น้ำแบบพืชลุ่มน้ำ โดยเลียนแบบมาจากสวนนนท์และสวนมะพร้าวในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งมีตะกอนทับถมมา มีธาตุอาหารรองจำนวนมาก แต่พื้นที่ดอนเป็นภูเขาไม่มี จึงต้องเตรียมธาตุอาหารรองให้มีเหมาะสม รวมทั้งมีระบบน้ำขึ้นน้ำลง ดังนั้นการจัดการปุ๋ยและการจัดการน้ำต้องเป็นสเต็ป รวมทั้งต้องจัดการให้ต้นทุเรียนมีการสังเคราะห์แสงช่วงบ่ายด้วย
พอให้น้ำให้ปุ๋ยแบบ Basin Fertigation ผลไม่ร่วงหรือร่วงน้อยกว่าเดิม อย่างต้นหนึ่งเคยไว้ประมาณ 50 ลูก วันนี้ใบสังเคราะห์แสงได้ทั้งวัน สามารถเก็บไว้ได้เกือบๆ 200 ลูกเลย ส่งผลให้การให้ปุ๋ยทางใบลดน้อยลง เกษตรกรประหยัดเงินเป็นแสนๆ ขณะที่ผลผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ 200 เปอร์เซ็นต์ และขายได้ในราคาสูงมากขึ้น อย่างสวนพุทธรักษามีลูกค้าสั่งจองข้ามปีด้วย

วันนี้เจ้าของ “สวนพุทธรักษา” ปลื้มที่ได้ขายทุเรียนเกรดพรีเมียม ทำให้ผู้บริโภคได้ทานทุเรียนเกรดเอในราคาหลักร้อย แต่คุ้มค่าเทียบเท่าได้ทานทุเรียนราคาหลักหมื่นอย่างเช่นทุเรียนนนท์
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง