‘ชัชชาติ’เปิดทีมรองผู้ว่าฯ-เลขาบิ๊กตู่โอดครวญถูกแซะทุกเรื่อง
ฝ่ายค้านเล็งร่นยื่นซักฟอกรบ.
‘บิ๊กตู่’ ข้องใจโดนต่อว่าทุกเรื่อง อ่านหนังสือ บนเครื่องบินยังถูกวิจารณ์ ‘บิ๊กป้อม’ ยันยังคุยกับ ‘ธรรมนัส’ ได้เหมือนเดิม มั่นใจโหวตร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 66 ไม่มีปัญหา ‘วิษณุ’ ชี้ถ้างบฯ ถูกคว่ำ นายกฯ เลือกยุบสภาดีกว่าลาออก ‘หมอระวี’ เตือนรัฐบาลถูกคนแดนไกล-ฝ่ายค้าน-ผู้กอง จับมือล้มในเวทีถลกงบฯ ‘สุทิน’ ให้ฉายา ‘ขอทานจัดเลี้ยงวันเกิด’ เล็งร่นเวลา ยื่นญัตติซักฟอกไม่เกินกลางมิ.ย. ศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งใหม่ส.ส.เขต 4 ลำปาง แทน ‘วัฒนา สิทธิวัง’ ‘ชัชชาติ’ โชว์โฉมทีมงานผู้ว่าฯ กทม. เพื่อไทย-ก้าวไกล แถลงยึดสภากทม.
‘บิ๊กตู่’กลับจากญี่ปุ่นถึงไทยแล้ว
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ที่ไปเข้าร่วมการประชุม International Conference on the Future of Asia (Nikkei Forum) ครั้งที่ 27 วันที่ 26-27 พ.ค. ตามคำเชิญของบริษัท Nikkei ได้ปฏิบัติภารกิจก่อนออกเดินทางกลับถึงประเทศไทยเวลา 19.50 น. วันที่ 27 พ.ค. ตามเวลาประเทศไทย
โดยเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น ที่โรงแรมอิมพีเรียล โตเกียว พล.อ.ประยุทธ์หารือผู้ว่าการธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) และประธานสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) พร้อมผลักดันความร่วมมือกับภาคเอกชนญี่ปุ่น จากนั้นหารือกับนายโทคุระ มาซาคาสึ ประธานสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (เคดันเรน) และนายซูซูกิ โยชิฮิสะ ประธานคณะกรรมการการค้าและเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ภายใต้เคดันเรน ซึ่งนายกฯ ยินดีที่ได้ทราบว่าคณะกรรมการการค้าและเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่นของเคดันเรน ซึ่งมีสมาชิกกว่า 70 บริษัท มีแผนจะเยือนไทย โดยเชื่อมั่นในภาคเอกชนซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางโลก และเชื่อมั่นในความสำคัญของเคดันเรน
เวลา 12.00 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับทีมประเทศไทย (ทีมไทยแลนด์) ประจำกรุงโตเกียว ที่โรงแรมพาเลซ โฮเทล และเวลา 13.00 น. ไปศึกษาดูงาน ที่ Haneda Innovation (HI) City เขตโอตะ กรุงโตเกียว หนึ่งในโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ตามนโยบายยุทธศาสตร์แห่งชาติเขตเศรษฐกิจพิเศษ
พล.อ.ประยุทธ์เชื่อมั่นว่าการศึกษาดูงานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์และสามารถนำมา ต่อยอดพัฒนาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ของไทย ซึ่งมีโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในนิคมอุตสาหกรรม AMATA Smart City จ.ชลบุรี ตลอดจนเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่มีศักยภาพ
ตัดพ้อหาเรื่องว่าได้ตลอด
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนได้ทำหน้าที่ในฐานะรัฐบาลอย่างเต็มที่และมี แนวโน้มไปในเกณฑ์ที่น่าพอใจในฝ่ายการเมือง จากการพบปะนายกฯ ญี่ปุ่นและสมาพันธ์ธุรกิจต่างๆ ก็พอใจ ให้ความสนใจแนวนโยบายใหม่ของไทย โดยเฉพาะ Better Thailand ซึ่งต้องทำให้ดีขึ้นต่อไป ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยน แปลงในทางที่ดีขึ้น แม้จะยากแต่ต้องทำให้ได้ การทำงานใดก็ตามจะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยและฝ่ายที่มีข้อตกลงเสมอ แต่จะทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากทุกข้อตกลง เพราะไทยเป็นสมาชิกเกือบทั้งหมด จึงอย่าให้ใครนำไปบิดเบือน คนไทยเองก็ต้องเข้าใจ
ส่วนกระแสข่าวการวิจารณ์นายกฯ อ่านกระดาษเปล่าบนเครื่องบินระหว่างเดินทางมาญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “แค่นายกฯ อ่านหนังสือ ก็ยังนำรูปไปวิพากษ์วิจารณ์ได้ หาว่านายกฯ แทนที่จะอ่านหนังสือเตรียมประชุม ทั้งที่ความจริงหนังสือที่อ่านเป็นหนังสือของสายการบินที่วางไว้ ก็หยิบขึ้นมาดู ส่วนแฟ้มการประชุมก็วางไว้ใกล้ๆ กัน ไม่เข้าใจทำไมหาเรื่องว่าได้ทุกเรื่อง ไม่รู้เป็นอะไรกัน บ้านเมืองประเทศไทย”
‘บิ๊กป้อม’ยันคุย‘ธรรมนัส’ได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย(ศท.) ระบุมีเสียงส.ส.ในมือเกิน 40 คนว่า ต้องถามร.อ.ธรรมนัส ตนไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังสามารถพูดคุย กับร.อ.ธรรมนัสได้อยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พูดคุยได้ทุกคน ทุกคนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อข้อถามว่า พรรคเศรษฐกิจไทยยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงต้องสนับสนุนรัฐบาล ไม่มีอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า บังคับให้มาลงมติไม่ได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยว ต่อข้อถามกรณีที่มีรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐบางคนระบุไม่ง้อเสียงของพรรคเศรษฐกิจไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ต้องไปถามคนที่พูด ผมไม่รู้”
ต่อข้อถามว่าต้องพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในสภา ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราคุยกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่าการโหวตพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี
‘วิษณุ’ชี้ยุบสภาดีกว่าหากงบถูกคว่ำ
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหากร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ไม่ผ่านสภาจะส่งผลอย่างไรว่า หากไม่ผ่านจริง ในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าจะต้องยุบสภาหรือลาออก แต่เป็นประเพณีปฏิบัติว่าต้องยุบสภาหรือลาออก หากมีการยุบสภา กว่าจะเลือกตั้ง กว่าจะมีสภา ก็ใช้เวลาอีกนาน ระหว่างนั้นสามารถใช้พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ไปพลางก่อน ซึ่งตามปกติแล้วสำนักงบประมาณต้องระบุว่าให้ใช้ในส่วนดังกล่าวได้กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ให้ใช้เต็ม แต่ก็บริหารไปได้ จนกว่าจะมีงบใหม่ เพียงแต่โครงการใหม่ๆ จะเกิดไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ไม่ผ่านสภาจริงคิดว่าวิธียุบสภาหรือลาออก จะราบรื่นมากกว่า นายวิษณุกล่าวว่า แล้วแต่สถานการณ์ หากลาออกแล้วมีรัฐบาลใหม่ก็ต้องเสนอร่างพ.ร.บ.เข้าสภา ในขณะที่องค์ประกอบของสภาไม่ได้เปลี่ยน แล้วรัฐบาลใหม่ไปเสนอก็จะไม่ผ่านเหมือนเดิม เมื่อคิดอย่างนั้นเลือกยุบสภาดีกว่าคือเปลี่ยนสภาเสียเลย แต่ไม่มีการกำหนดเวลาว่าต้องประกาศเมื่อไร อาจจะใน 7 วัน หรือ 10 วัน หรือ 1 เดือนก็ได้ แต่ต้องจบลงด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง การที่สภาไม่ผ่าน เพราะสภาไม่ไว้วางใจที่จะให้บริหาร เมื่อรู้ตัวก็ควรจะลาออกหรือยุบสภา
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยุบสภาหรือลาออก จะกระทบต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ก็ต้องชะงัก และหากกฎหมายลูกสะดุดจริงจะทำอย่างไรต่อไป ตนขอยังไม่ตอบ ไม่ว่าจะใช้วิธีใดจะอยู่บนเขียงทั้งนั้น อาทิ 1.ออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 2.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศไปเลย 3.เลือกตามแบบรัฐธรรมนูญใหม่ โดยที่ไม่ต้องยืมระเบียบอะไรทั้งนั้น แต่ทุกอย่างจะต้องถูก ถกเถียงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด
โฆษกรัฐโวเสียงพรรครัฐบาลปึ้ก
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่เกินกลาง มิ.ย.นี้ว่า รัฐบาลไม่ได้กังวลอะไร เพราะมั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด พล.อ.ประยุทธ์จะได้ชี้แจงสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามบิดเบือน ขอให้ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลที่อ้างว่ามีเยอะให้ดี ไม่ใช่น้ำท่วมทุ่ง
ส่วนที่อ้างว่ารัฐบาล และส.ว.ดึงเวลาพิจารณากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ เพื่อทำลายจังหวะฝ่ายค้านหรือแท็กติกดีเลย์นั้น ไม่อยากให้ฝ่ายค้านทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม กฎหมายลูกเป็นเรื่องของสภาดำเนินการกันไปตามขั้นตอน รัฐบาลไม่สามารถไปชี้นำ หรือสั่งการอะไรได้ ส่วนการที่ฝ่ายค้านให้ฉายางบปี 2566 ว่า ขอทานเลี้ยงวันเกิด หวังซื้อใจพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อรักษาสถานะรัฐบาลนั้น ขณะนี้ความสัมพันธ์รัฐบาลเหนียวแน่น ถ้าจะซื้อใจกันก็น่าจะเป็นการมุ่งมั่นแก้ปัญหาความเดือดร้อนโดยไม่สนใจเกมการเมือง
‘ระวี’เชื่อ‘ฝ่ายค้าน-ผู้กอง’จับมือล้ม
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรค พลังธรรมใหม่ (พธม.) กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าฝ่ายค้านอาจเล่นเกมคว่ำรัฐบาลเร็วขึ้นว่า อาจเกิดขึ้นตั้งแต่การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ซึ่งกำลังทำตามยุทธศาสตร์กินทีละคำของนายทักษิณ ชินวัตร ปรากฏ การณ์แลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชี้ให้เห็นกระแสรัฐบาลตกต่ำเต็มที่ จากปัญหาโควิด-19 และเศรษฐกิจ แถมยังมีปัญหาราคาพลังงาน ผลการเลือกตั้งทำให้พรรคเพื่อไทย (พท.) เปลี่ยนยุทธวิธีตีเหล็กตอนร้อน รุกเมื่อคู่ต่อสู้เพลี่ยงพล้ำ
นอกจากนี้ การเดินทางไปต่างประเทศของ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ทราบว่าได้มีการพูดคุยกับใครหรือไม่ เพราะเมื่อกลับมา พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก็หลุดออกจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และร.อ.ธรรมนัส เดินเกมเร็วด้วยการติดต่อกับกลุ่มพรรคเล็กทันที ด้วยการเซ็นชื่อเข้าร่วมกัน หากจะไปคว่ำรัฐบาลตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำไมถึงต้องเล่นเกมเร็วตอนนี้
“การคว่ำรัฐบาลในการอภิปรายงบ ง่ายกว่าการคว่ำในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะรัฐบาลไม่ได้ระวังตัว ไม่ได้เตรียมรับมือ รวมถึงการลงมติคว่ำงบในสภา ใช้เสียงแค่ครึ่งหนึ่งของ ส.ส.ที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ว่า ส.ส.จะเข้าประชุมกี่คน ก็ต้องมีเสียงมากกว่า 239 เสียงถึงจะคว่ำรัฐบาลได้ ผมขอเตือนให้รัฐบาลระวังตัวไว้ มั่นใจว่าคนแดนไกล ฝ่ายค้าน และร.อ.ธรรมนัส เดินหน้าคว่ำรัฐบาลในเกมงบแน่นอน จากนี้ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลว่าจะแก้เกมอย่างไร” นพ.ระวีกล่าว
เด็กศท.เหน็บกลับอยากกินกล้วย
ด้านนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวตอบโต้นพ.ระวี ว่า ขอฝากถึงนพ.ระวี ว่าหากต้องการสร้างราคาของตัวเอง ควรใช้วิธีอื่น ไม่ควรมากล่าวหากล่าวโทษว่าพรรคเศรษฐกิจไทยจะไปล้มรัฐบาล ซึ่งไม่ถูกต้อง อีกทั้งการไปต่างประเทศของร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ได้พบหรือพูดคุยกับนายทักษิณ อย่างที่ถูกกล่าวหา
ขณะนี้มีการโต้ตอบกันทางการเมืองของรัฐมนตรีหลายคน คล้ายๆ ว่า พยายามผลักมิตรเป็นศัตรู แต่ยืนยันในจุดยืนของพรรค จุดใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็พร้อมดำเนินการ หากการจัดสรรงบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพก็พร้อมให้ผ่านไปได้ และการตั้งธงจะให้ผ่านหรือไม่ผ่าน ตั้งแต่ยังไม่มีการพิจารณาเนื้อหาสาระนั้นไม่ถูกต้อง เราต้องฟังรายละเอียดของเนื้อหา ฟังการชี้แจงของรัฐมนตรีก่อนโหวต
“ผมขอฝากถึงนพ.ระวี ว่าเวลาเดือดร้อน มาร้องขอให้ร.อ.ธรรมนัสช่วย ไม่ควรมาทำเช่นนี้ มาเหยียบกันแบบนี้ หากอยากจะกินกล้วยก็บอกไปว่าตัวเองอยากกิน ไม่ต้องมา บอกว่าคนอื่นอยากกิน” นายไผ่กล่าว
‘พีระวิทย์’ย้ำรอดูข้อมูลก่อนโหวต
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม (ท.ธ.) เปิดเผยกรณีร.อ.ธรรมนัส นัดกลุ่ม 16 รับประทานอาหารว่า วันที่ 27 พ.ค.มีเพียงตนและนาย พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่เข้าไปดื่มกาแฟและ รับประทานอาหารกลางวันที่ห้องทำงานของ ร.อ.ธรรมนัสภายในอาคารรัฐสภา ร.อ.ธรรมนัสได้สอบถามถึงแนวทางของกลุ่มพรรคเล็กว่าเป็นอย่างไร ยังสามัคคีกันหรือไม่ คาดว่าจะนัดพูดคุยกันอย่างเป็นทางการในวันสองวันนี้
ส่วนเรื่องการอภิปราย ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนของพรรคเศรษฐกิจไทยยังไม่ระบุชัดเจนว่าทิศทางจะเป็นแบบไหน แต่จุดยืนของพรรคเล็กและกลุ่ม 16 เหมือนเดิมว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ต้องรอดูข้อมูลฝ่ายค้านก่อนว่าพบความไม่ชอบมาพากลหรือไม่ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนนายกฯ เรายังคงไว้วางใจ แต่รัฐมนตรีต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล
‘สุทิน’ให้ฉายางบ‘ขอทานจัดวันเกิด’
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า วันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566ในสภา พรรคร่วมฝ่ายค้านวิเคราะห์แล้วเห็นว่ารับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้ แต่เวลาที่เหลืออยากให้รัฐบาลชี้แจง หากรัฐบาลเปิดใจกว้างยอมปรับปรุง ฝ่ายค้านอาจยอมรับได้ หากรัฐบาลยังแข็งขืนอยู่คิดว่าไม่อาจปล่อยไปได้
“ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เหมือนขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด ในสภาพที่ประเทศยากจน ลำบาก ฐานะการคลังถดถอย ต้องไปกู้มา แต่การจัดสรรงบไม่มีช่องทางที่ก่อให้เกิดรายได้ กระตุ้นการอัดฉีด เพียงแต่กระตุ้นการบริโภค ไม่กระตุ้นการผลิต และรัฐบาลไม่สามารถเก็บรายได้เพิ่มเติมได้ตามเป้า โดยจัดงบในเชิงกระจายไปตามพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อรักษาสถานะ ซื้อใจพรรคร่วม ส่อให้เกิดการทุจริต คนขอทานมาจัดเลี้ยงวันเกิดไม่เหมาะสม ฝากรัฐบาลไปทำการบ้านและมาชี้แจงว่าจะจัดเก็บรายได้อย่างไร เพราะไม่มีการเพิ่มงบลงทุน แต่ไปเพิ่มงบรายจ่ายประจำหมื่นกว่าล้านบาท” นายสุทินกล่าว
เล็งขยับยื่นซักฟอกกลางมิ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการมองว่าฝ่ายค้านเล่นเกมการเมืองมากไป ในการตั้งแง่คว่ำร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ตั้งแต่วาระแรก นายสุทินกล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมา เรามีบทเรียน เราเคยเสนอแก้แต่เขาไม่เคยแก้ หากให้โอกาสแบบเดิมอีกเชื่อว่าจะไม่ทำ หากร่างนี้ไม่ผ่านจะไม่กระทบกับประชาชนเพราะใช้กฎหมายเก่าได้ และเชื่อว่าจะมีซุกซ่อน จัดซื้อยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ไว้อยู่ด้วย
นายสุทินกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เดิมฝ่ายค้านกำหนดจะยื่นญัตติหลังการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้วเสร็จ แต่ท่าทีรัฐบาลและส.ว.จะดึงกฎหมายลูก เพื่อทำลายจังหวะฝ่ายค้านหรือแท็กติกดีเลย์ และจะเอาร่างพ.ร.บ.ตำรวจเข้ามา ทำให้การพิจารณากฎหมายลูกวาระ 2-3 ช้าออกไปอีก ฝ่ายค้านไม่รอแล้วจะประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านวันที่ 30 พ.ค. เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมวิปฝ่ายค้าน อาคารรัฐสภา และจะนำเรื่องนี้เข้าหารือ เพื่อเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมา
เราอยากอภิปรายเร็วอยู่แล้ว แต่ที่ต้องรอเพราะอยากให้สัมพันธ์กับทางออกของประเทศ คือกฎหมายลูกผ่าน แต่ต้องปรับตัวกับเกมของรัฐบาล เชื่อว่าน่าจะยื่นญัตติได้หลังร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ผ่านวาระ 1 ซึ่งไม่เกินกลางเดือนมิ.ย.นี้
สอท.ชูพัฒนารถไฟกทม.-หนองคาย
ที่อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่พบปะประชาชนและเปิดตัว นายวิริยะ ทองผา เป็นผู้สมัครส.ส. มุกดาหาร เขต 1 และ นายทวีศักดิ์ ประทุมลี เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 มีประชาชนมาร่วมรับฟังคึกคัก
นายอุตตมกล่าวว่า ภาคอีสาน อยู่ในทำเลที่มีความพร้อมเป็นศูนย์กลางการค้าใน อินโดจีน แต่ไม่ได้มีการพัฒนาต่อเนื่อง วันนี้มีรถไฟเชื่อมจีน-ลาว แต่รถไฟไทยสร้างได้แค่ 3-4 ก.ม. ทั้งที่คิดทำเรื่องนี้ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว หากพรรคสร้างอนาคตไทยได้เข้ามาบริหารประเทศ จะเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย เชื่อมเส้นทางลาว-จีน ยกระดับเส้นทางคมนาคม ทางถนน และระบบรางสายรองในภาคอีสานให้เชื่อมต่อกัน เพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับภาคอีสานและประเทศ ขณะที่จ.มุกดาหาร เป็นประตูการค้าเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างฝั่งเมียนมา ผ่านไทย-ลาว-เวียดนาม หรือ เส้นทางอีสต์-เวสต์ คอริดอร์ แต่วันนี้กำลังสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน เพราะการขนส่งหันไปใช้เส้นทางรถไฟลาว-จีน ดังนั้นจะต้องสร้างโครงข่ายระบบราง จากมุกดาหารไปเชื่อมที่หนองคาย ให้การพัฒนาคมนาคมเป็นประโยชน์กับพื้นที่สูงสุด
ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวว่า นอกจากการพัฒนาระบบขนส่งในพื้นที่อีสาน จะต้อง ส่งเสริมการผลิตสินค้าที่ดี มีระบบชลประทานที่ดี รวมไปถึงมีเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อลดต้นทุนการผลิต และพรรคสร้างอนาคตไทยมีนโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำพร้อมระบบโซลาเซลล์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้ในต้นทุนที่ต่ำ
นายสุพลกล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยขอย้ำว่าจุดยืนไม่ซ้ายสุดขั้ว ไม่ขวาสุดโต่ง จะเลือกคนเก่ง คนดีมาบริหารประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ขอให้พี่น้องภาคอีสาน ร่วมเปลี่ยนและให้โอกาสพรรคสร้างอนาคตไทยที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เข้ามาเป็นผู้นำในการสร้างพรรคอนาคตไทยร่วมกับคนไทยทั้งประเทศไปด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันเดียวกัน แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย เดินทางไปพบปะประชาชนจ.อุบลราชธานี
‘ชัชชาติ’เซ็ตทีมงานกทม.ลงตัว
เวลา 10.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. และอดีตรองปลัด กทม. และนายภิมุข สิมะโรจน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงพื้นที่สำรวจที่ดินเอกชนติดรถไฟฟ้า MRT วงศ์สว่าง เขตบางซื่อ
นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ทีมงานเรียบร้อยแล้ว ทั้งรองผู้ว่าฯ กทม. เลขานุการ ที่ปรึกษา ด้านการเมือง ทีมที่ปรึกษา ด้านวิชาการ ซึ่งตำแหน่งนี้ไม่มีเงินเดือน นอกจากนี้มีคนเข้ามาช่วยหลายร้อยคน ซึ่งไม่ได้คิดเรื่องตำแหน่ง ทำให้เห็นความสามารถของแต่ละคน และเลือกทีมงานด้วยมือของตัวเอง ไม่มีใครมาสั่ง ข้อดีของผู้สมัครอิสระ เลือกได้ ซึ่งเป็นพลังในการทำงาน มั่นใจ เพราะ ทีมงานคัดเลือกมาอย่างดี โดยทีมงานจะมี ผู้หญิง และคนพิการ ด้วย
ส่วนการทำงานร่วมกับนายจักกพันธุ์ นั้น นายจักกพันธุ์ตื่น 04.00 น. เหมือนกัน ซึ่งตนโทรศัพท์ไปหารือเรื่องกฎหมาย นายจักกพันธุ์ เป็นคนใจบุญ ซื่อสัตย์สุจริต ได้รับการรับรองจากหลายๆ คน 100% ขณะเดียวกันยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นการอบรมหลักสูตรมหานคร 4 ด้วย ส่วนนายภิมุข เป็นนักธุรกิจ ที่ครบหลายมิติ การเมืองได้ บุคลิกดี เข้าใจประชาชนดี และไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าเป็นรองหัวหน้าพรรคกล้า เชื่อว่าจะมาลุยด้วยกันได้
‘จักกพันธุ์’รองผู้ว่า-‘ภิมุข’เลขา
นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ในกทม.ที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องการเมืองค่อนข้างจะมี ตอนที่ตัดสินใจมาร่วมงานนั้น ประการแรกคือความเป็นอิสระ ถ้ากทม.ได้บริหารงานแบบมีความอิสระ มั่นใจการทำงานทุกอย่างจะก่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างมากมาย ขณะเดียวกันได้ศึกษานายชัชชาติด้วย โดยนายชัชชาติ เป็นคนเก่งดี มีความรู้ความสามารถ จึงมั่นใจว่าสามารถช่วยพัฒนา กทม.ได้
นายภิมุข กล่าวว่า ชอบงานการเมืองและกทม. ในช่วงเว้นวรรคทางการเมือง เห็นบรรยากาศความขัดแย้ง พอเห็นนายชัชชาติ ตั้งทีมทำงานแบบอิสระ จึงอาสาเข้ามาช่วย โดยไม่หวังตำแหน่ง
รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับทีมบริหารกทม.ของนายชัชชาติ ที่ลงตัวแล้ว และจะประกาศภายหลังจากกกต.มีมติรับรองการเลือกตั้ง ประกอบด้วย นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม., นายวิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองผู้ว่าฯกทม., นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าฯกทม., นายณัฐวัฒน์ พอใช้ได้ กรรมการผู้จัดการบริษัท ณัฐพร อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ จำกัด และบริษัท อีโคเซฟ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจออร์แกไนซ์ด้านการศึกษา เป็น ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม.
คณะที่ปรึกษา ประกอบด้วย 1.พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม 2.นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) อดีตอาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3.น.ส.วิลาวัลย์ ธรรมชาติ อดีต ส.ก.เขตจตุจักร พรรคเพื่อไทย 4.นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ
พท.-ก.ก.จับมือทำงานเพื่อคนกรุง
เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมแลงแคสเตอร์ พรรคเพื่อไทย นำโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผอ.การเลือกตั้ง ส.ก.ของพรรค นายวราวุธ ยันต์เจริญ รองผอ.เลือกตั้ง ส.ก.ของพรรค นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. ว่าที่ ส.ก.ทั้ง 20 เขต และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำโดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่าที่ส.ก.ทั้ง 14 เขต แถลงข่าวจับมือทำงานร่วมกันในสภา กทม.
นายประเสริฐกล่าวว่า ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวกทม.ทุกคน ที่ได้มอบความไว้วางใจส.ก.จากพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พ.ค. หลังจากได้มีการหารือกันแล้ว จึงได้ตกลงในการทำงานร่วมกันในประเด็นดังนี้ 1.ส.ก.จะร่วมกันทำงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ และความโปร่งใส ของสภากทม. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนชาวกทม. 2.หลังจากกกต. ให้การรับรองผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภากทม.ทั้งสองพรรค จะร่วมกันเห็นชอบในการลงมติเพื่อเลือกประธานสภา และรองประธานสภา เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ
ย้ำเพื่อไทยนั่งประธานสภา
ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า 3.ส.ก.จากทั้งสองพรรคจะร่วมกันเห็นชอบให้มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อทำให้การบริหารของ กทม.เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส ตอบสนองประโยชน์ของชาว กทม.อย่างแท้จริง
4.จะร่วมกันเห็นชอบให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภา กทม.เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และเพื่อความโปร่งใสในการทำงาน เพื่อให้ภาคประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของสมาชิกสภาได้ ส.ก.จากทั้งสองพรรคมุ่งหวังที่จะทุ่มเทการทำงานให้กับประชาชนชาว กทม. อย่างเต็มที่ และเพื่อยกระดับการทำงานของสภากทม. ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนชาวกทม.ทุกคนต่อไป
นายวิชาญกล่าวว่า การจัดสรรประธานและรองประธานสภา เป็นเรื่องของทั้งสองพรรค ส่วนกรรมการขึ้นกับสัดส่วนแต่ละพรรรคที่ต้องไปว่ากัน ส่วนประธานสภา กทม.เป็นของพรรคเพื่อไทย ส่วนจะเป็นใครต้องพิจารณากันอีกครั้ง
ศาลฎีกาสั่งเลือกซ่อมเขต4ลำปาง
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ศาลฎีกามีคำพิพากษาสั่งให้มีการเลือกตั้งส.ส.เขต 4 ลำปางใหม่ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอ เนื่องจากเห็นว่านายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.พรรค พลังประชารัฐ ขณะนั้น ได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม จากกรณีกกต.สอบสวนแล้วพบว่า วันที่ 19 มิ.ย. 2563 ที่บ้านของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง นางเกี๋ยงมา ปุพพโก ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้มอบธนบัตรซึ่งเย็บติดกัน 2 ชุด ชุดละ 300 บาท ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจริง เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้กับนายวัฒนาตามข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73(1) เป็นเหตุให้การเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 ลำปาง แทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2563 ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม
การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างจะต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลงหรือวันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา ซึ่งคาดว่ากกต.จะกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 10 ก.ค.2565 และให้วันที่ 9-13 มิ.ย.เป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งนายวัฒนายังคงสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้ ไม่ได้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
สำหรับนายวัฒนา ถูกศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. ตั้งแต่ 21 ม.ค.2565 และเป็น 1 ใน 21 ส.ส.ที่ถูกมติพรรคพลังประชารัฐขับออกพร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และย้ายมาสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทยเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2565