ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนเราทุกวันนี้ฆ่ากันได้อย่างง่ายดาย บอกไม่ได้เลยว่าขับรถอยู่ดีๆ จะไปเจอกับอะไรเข้า

ย้อนไปเมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.อนิรุจน์ พูลสวัสดิ์ สารวัตร (สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิง ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณแยกบิ๊กซี-สะพานใหม่ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.สมใจ รอดยัง สว.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน หน่วยกู้ชีพ ศูนย์เอราวัณ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

พยายามยื้อชีวิต

ที่เกิดเหตุหน้าห้างบิ๊กซี พบรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กง5649 นนทบุรี สภาพล้มคว่ำตะแคงอยู่กลางถนน ใกล้กัน พบชายวัยรุ่นถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณไหปลาร้าเหนือหน้าอก จำนวน 1 นัดสภาพนอนหงายได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ชีพจึงปั๊มหัวใจ (CPR) ช่วยเหลือนานกว่า 30 นาที ก่อนนำส่งโรงพยาบาลซีจีเอช และเสียชีวิตในเวลาต่อมาทราบชื่อนายณัฐกรณ์ มาลีวงศ์ อายุ 29 ปี ช่างทั่วไปประจำคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางเขน

จากการสอบสวนเพื่อนผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและ นายณัฐกรณ์ ผู้ตาย ขี่รถจยย.มาคนละคันจากจังหวัดนนท์ เพื่อเข้าทำงานเวรกะบ่ายที่คอนโดมิเนียม โดยใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน ขาออก เมื่อมาถึงช่วงปากซอยพหลโยธิน 67 ได้มีชายวัยรุ่น 2 คน สวมเสื้อแจ๊กเกตแขนยาว สีดำ นุ่งกางเกงวอร์ม ขายาว ขับขี่รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขี่มาประกบด้านข้างรถและหันมองหน้าผู้ตาย

หลักฐานมัดคนร้าย

วัยรุ่นคนที่นั่งซ้อนท้ายทำลักษณะท่าทางเหมือนจะชักอาวุธมีดออกมา ก่อนที่วัยรุ่นทั้ง 2 คนจะขี่เร่งเครื่องแซงหน้าไป ผู้ตายจึงได้ขี่จยย.ไล่ตามไปเพื่อสอบถามว่ามีปัญหาเรื่องอะไรกัน จนกระทั่งมาถึงช่วงหน้าห้างบิ๊กซี จังหวะติดสัญญาณไฟแดงคนตายขี่มาทันวัยรุ่น ทั้ง 2 คน แต่กลับถูกยิงใส่จนล้มลงกองกับพื้นถนน ก่อนที่จะขี่รถ บิดเร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าถนนเทพรักษ์ ซึ่งตนกับผู้ตายก็ไม่เคยรู้จัก และก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องอะไรกับวัยรุ่นทั้ง 2 คนมาก่อนเลย

ข้ามวันเพียงไม่กี่ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น.,สืบสวนนครบาล 2 และฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ก็ร่วมกันบุกไปควบคุมตัวนายน้ำ (นามสมมติ) อายุ 17 ปีและนายเพชร (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนอาชีวศึกษา ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านนิมิตใหม่ เขตมีนบุรี หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายมาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเพื่อน ย่านนิมิตใหม่ เขตมีนบุรี

สอบพยาน

จากการสอบถาม นายเพชร (นามสมมติ) รับว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยก่อนเกิดเหตุตนและนายน้ำ ได้ขี่รถจยย.ออกจากวิทยาลัยเทคโนโลยี ย่านแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าทาง วงเวียนบางเขน ก่อนเลี้ยว เข้าถนนพหลโยธิน ขาออก เมื่อมาถึงช่วงปากซอยพหลโยธิน 67 ได้พบผู้ตายขับขี่รถจยย.มาประกบด้านข้างก่อนที่ผู้ตายจะพูดตะโกนถามว่า “มึงมองหน้าทำไม” และพยายาม ขี่รถไล่ตามปาดหน้าให้ตนและนายน้ำหยุดจอดรถ

เมื่อมาถึงบริเวณหน้าห้างบิ๊กซีสะพานใหม่ นายน้ำซึ่งเป็นคนขี่ ได้เอาปืนปากกามาให้ตนพกไว้เพื่อป้องกันตัว ช่วงระหว่างที่รถติดสัญญาณไฟจราจรแยกบิ๊กซีฯ ผู้ตายขี่รถตามมาและพยายามใช้เท้าถีบรถให้ล้ม ด้วยความกลัวว่าจะถูกผู้ตายเข้าทำร้าย จึงชักอาวุธปืนปากกาที่พกมายิงใส่ผู้ตายก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าบ้าน ภายในซอยพหลโยธิน 52 และโยนอาวุธปืนทิ้งลงในคลองใกล้วัดราษฎร์นิยมธรรม (วัดหนองผักชี) ก่อนจะหลบหนีไปกบดานที่บ้านเพื่อนย่านนิมิตใหม่ จนมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้

มือปืนให้การ

ต่อมา พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 เดินทางมาติดตามและสอบปากคำผู้ต้องหา ก่อนเปิดเผยว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เคยก่อเหตุปาระเบิดและยิงถล่มบ้านคู่อริ ภายในชุมชนโรงน้ำแข็งหลังตลาดยิ่งเจริญ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนถูกจับกุมและได้รับการประกันตัวออกมา

ทั้ง 2 รับว่าสาเหตุเกิดจากกลัวว่าจะเป็นคู่อริเก่า ที่เคยไปก่อเหตุไว้ตามมาเอาคืน และคิดว่าผู้เสียชีวิตจะชักมีดมาทำร้ายตนเองจึงใช้อาวุธปืน ยิงใส่ ซึ่งตรงนี้ได้กำชับให้ทางพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน และหมายเหตุไปด้วยว่าถึงแม้จะเป็นเยาวชนแต่กลับมาก่อเหตุซ้ำซ้อนอีก

ส่วนของอาวุธปืนสงสัยว่าใช้เป็นกองกลางส่วนกลางที่ใช้กันในกลุ่ม เนื่องจากคราวก่อนเจ้าหน้าที่สามารถยึดปืนได้ 3-4 กระบอก

“ฝากเตือนไปยังนักเรียนนักศึกษากลุ่มใดโรงเรียนใด ที่มีปัญหาหรือถูกกระทำเช่น การตบหัวเข็มขัดหรือการทำร้ายร่างกาย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ เพื่อไม่ให้ก่อเหตุบานปลาย ขออย่าไปไล่แก้แค้นกันเอง” ผบช.น. ฝากเตือน

พุฒิสรรค์ แก้วบัวดี
พนม คงเจริญเรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน