เมื่อวันที่ 30 พ.ค. นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการบริหาร และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจัดทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2566 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. มีวงเงิน 3.18 ล้านล้านบาท หลังจากหักเงินเฟ้อแล้วจะน้อยกว่าปี 2565 การจัดงบลดลงทั้งที่ประเทศต้องการเงินเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ แสดงถึงความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

นอกจากนี้ งบที่ดีจะต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมดลง เพื่อนำเงินไปฟื้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนให้ได้ก่อน แต่ปรากฏว่างบปี 2566 กลับมีงบรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นอีกถึง 2,396,942.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23,932.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.01% อีกทั้งงบทางการทหารยังสูงมากถึง 197,292 ล้านบาท แม้จะลดลง 4,373 ล้านบาทจาก ปีก่อน แต่ถือว่าลดลงน้อยมาก ทั้งที่ควรจะปรับลดมากกว่านี้

เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือมีการตั้งรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้แค่ 100,000 ล้านบาท ซึ่งไม่น่าเพียงพอกับค่าดอกเบี้ยสำหรับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นทะลุ 10 ล้านล้านบาทแล้ว นี่เป็นเพียงบางประเด็นเท่านั้น ยังมีรายละเอียดของงบอีกมากที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายอย่างละเอียดในสภา และอยากเรียกร้องให้ส.ส.ล้มงบปี 2566 เพราะเป็นการใช้งบที่สูญเปล่า จะได้เปลี่ยนผู้นำ เปลี่ยนเอารัฐบาล ที่เก่งกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่าเข้ามาบริหารแทน เชื่อว่าน่าจะมีส.ส.ฝั่งรัฐบาลร่วมโหวตคว่ำงบปี 2566

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุว่ารัฐบาลจัดทำร่างพ.ร.บ.งบปี 2566 ไม่ตอบโจทย์ปีแห่งการฟื้นฟูประเทศว่า คำพูดและพฤติกรรมของ ฝ่ายค้านย้อนแย้งกันเอง ปากบอกว่าต้องจัดสรรงบให้ตอบโจทย์การฟื้นฟูประเทศ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นกลับประกาศจะคว่ำ ร่างพ.ร.บ.งบตั้งแต่ยังไม่ทันได้อภิปรายด้วยซ้ำ ทั้งหมดเพื่อหวังจะ คว่ำรัฐบาล เผื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาล อีกครั้ง เชื่อว่าประชาชนทราบดีว่าฝ่ายค้านจริงใจกับประชาชนจริงหรือไม่ และควรให้โอกาสได้เข้ามาบริหารประเทศหรือไม่

งบส่วนใหญ่ฝ่ายค้านทราบดีว่าถูกใช้ไปกับงบบำนาญและสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งเป็นแบบนี้มาทุกรัฐบาล แต่กลับไม่ยอมอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ เลือกที่จะพูดความจริงครึ่งเดียว เพื่อเรียกคะแนนนิยมให้กับตัวเอง ถ้าคิดว่าการจัดสรรงบส่วนใหญ่นี้เป็นเรื่องที่ผิด ขอให้ประกาศไปเลยว่าถ้าฝ่ายค้านได้เป็นรัฐบาลจะลดงบส่วนนี้ลงครึ่งหนึ่งหรือจะมากกว่านี้ก็ว่าไปเลย

“หากมองว่าการดูแลข้าราชการถือว่าเป็นยาขม ก็ประกาศให้ชัด ข้าราชการและประชาชนจะได้ช่วยกันคิดว่า การที่มีฝ่ายค้านคอยแต่ขวางให้การทำงานไม่คล่องตัวนั้น ประชาชนควรจะให้บทเรียนอย่างไร แต่รัฐบาลยืนยันว่าเม็ดเงินส่วนนี้สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนประเทศ เพราะการท่องเที่ยวกำลังจะกลับมา การเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้มากที่สุดยังสำคัญ ซึ่งขณะนี้น้ำกำลังขึ้น รัฐบาลจึงเตรียมกระบวยขนาดใหญ่ไว้รีบตัก แต่ฝ่ายค้านต่างหากที่คอยรั้งกระบวยไว้ทุกครั้งที่รัฐบาลกำลังจะตักน้ำ” นายธนกรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน