ยุคสมัยนี้ การติดต่อสื่อสารพูดกับคนแปลกหน้าไม่ใช่เรื่องประหลาดอีกต่อไป เมื่อโลกถูกย่อเข้ามาอยู่ในอุ้งมือผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า ‘สมาร์ตโฟน’ เมื่อรวมเข้ากับบรรดาโซเชี่ยลมีเดียที่ผู้คนทุกวันนี้ใช้กันเป็นกิจวัตร ประหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิต

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ไม่เคยพบหน้า หลายคนพบรักจนพัฒนากลายเป็นคู่ชีวิตมีให้เห็นอยู่มากมาย

แต่หากทั้งสองฝ่าย หรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มิใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย สุดท้ายอาจไม่ได้ลงเอยกันด้วยดี

จุดเกิดเหตุ

 

อีกหนึ่งอุทาหรณ์ความสัมพันธ์ออนไลน์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สมยศ พื้นชัยภูมิ ผกก.สภ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ต้องงงเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นหนุ่มวัย 48 ปี มีตำแหน่งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งรู้จักคุ้นเคยกันเดินถือปืนพกขนาด .38 ขึ้นโรงพักขอเข้ามอบตัวว่าเขาเพิ่งยิงคนเสียชีวิตหน้าสำนักงาน อบต.บ้านแวง ริมถนนสาย 2061 พุทไธสง-หนองสองห้อง

หลังพิศวงงงงวยต่อเหตุที่เกิดขึ้น ผู้กำกับการสมยศรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุตามคำให้การของผู้เข้ามอบตัว พร้อม ร.ต.อ.เดชา บุตรวิเศษ รองสว. (สอบสวน) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.พุทไธสง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะตู้ทึบรับส่งสินค้า อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 3 ฒณ 9793 กรุงเทพมหานคร จอดขวางอยู่ด้านหน้ารถกระบะ โตโยต้า สีดำ ทะเบียน บบ 3377 บุรีรัมย์ อยู่กลางถนนหน้าสำนักงาน อบต.บ้านแวง

บนถนนพบศพนายวุฒิภัทร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาวอ.สำโรง จ.อุบลราชธานี นอนหงายจมกองเลือด ในสภาพสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ถูกยิงบริเวณกกหูซ้าย, หน้าอกซ้าย และแขนซ้าย รวม 4 นัด เลือดไหลนองเต็มพื้นถนน ข้างกันมีนางเอ (นามสมมติ) ภรรยาของอบต.ที่เข้ามอบตัวยืนร้องไห้อยู่

สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ

 

หลังชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุเสร็จสิ้น จึงมอบให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมนำร่างผู้ตายส่งให้แพทย์ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนเชิญตัวผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดไปสอบปากคำที่สภ.พุทไธสง

อบต.ปืนดุให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถของผู้ตายขับวนเวียนหน้าบ้านพักหลายรอบจนผิดสังเกต ทำให้สะกิดใจว่าอาจเป็นชายหนุ่มที่มาติดพันภรรยาผ่านทางเฟซบุ๊ก จึงขับรถสะกดรอยตาม

เมื่อถึงที่เกิดเหตุภรรยาที่กลับจากไปเยี่ยมแม่ที่ อ.นาโพธิ์ ขับรถสวนทางมา รถผู้ตายขับปาดหน้าบังคับให้จอด ก่อนเข้าไปกระชากตัวภรรยาออกมาจากรถ จึงเข้าไปแสดงตัวว่าเป็นสามี แต่ผู้ตายไม่ ยอมหยุดยืนยันจะนำตัวภรรยาไปอยู่ด้วยกันที่ จ.อุบลราชธานี จึงชักอาวุธปืนที่พกติดตัวออกมาข่มขู่

แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุดตรงเข้ามาจะทำร้ายจึงจำเป็นต้องยิงสวนกลับไปเพื่อป้องกันตัว โดยไม่ทันได้นับว่ายิงไปกี่นัด ก่อนขับรถไป มอบตัวที่สภ.พุทไธสง

ขณะที่นางเอร่ำไห้ให้การว่า รู้จักกับผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่อมาผู้ตายเดินทางมาหาเมื่อเดือนเม.ย. ก่อนมีความสัมพันธ์กัน

แต่พยายามจะตีตัวออกห่างเพราะสามีเริ่มทราบระแคะระคาย แต่ผู้ตายไม่ยอมจะขับรถไปรับมาอยู่ด้วยกันที่ จ.อุบลราชธานี กระทั่งเกิดเรื่องขึ้นดังกล่าว

ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว

 

ด้านเพื่อนผู้ตายที่เดินทางมาด้วยกันให้การว่า ผู้ตายมีอาชีพขับรถส่งพัสดุเอกชน ชวนให้นั่งรถมาเป็นเพื่อน บอกเพียงจะไปเคลียร์ปัญหาที่ จ.บุรีรัมย์ แต่ไม่บอกว่าเรื่องอะไร ตลอดการเดินทางผู้ตายวิดีโอคอล คุยกับนางเอตลอดเวลา

เมื่อถึงบ้านฝ่ายหญิงกลับไม่พบตัว ผู้ตายจึงขับรถออกตระเวนหา กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุฝ่ายหญิงขับรถสวนทางมา ผู้ตายจึงขับรถ ปาดหน้าให้อีกฝ่ายหยุดรถ ก่อนลงไปคุยกับฝ่ายหญิง

ส่วนตนนั่งรออยู่บนรถทำให้ไม่ทราบว่าพูดอะไรกัน ระหว่างนั้นมีรถเก๋งอีกคันขับมาจอดท้ายรถกระบะแล้วมีผู้ชายเดินลงมาจากรถ จากนั้นได้ยินเสียงทะเลาะและโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด จึงรีบวิ่งไปดูพบว่านายวุฒิภัทรถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

คุมตัวทำแผนฯ

 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนควบคุมตัวอบต.ปืนดุรายนี้ในฐาน ความผิด พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ, ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร และฆ่าคนตายโดยเจตนา รวม 3 ข้อหา

ปิดฉากรักสามเส้าครั้งนี้ด้วยหนึ่งชีวิตต้องจากไปก่อนวัยอันควร หนึ่งชีวิตต้องไปอยู่ในคุกตะราง

ส่วนอีกหนึ่งชีวิตที่เหลือ ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินต่อไปในทางทิศใด เมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวขนาดนี้

เรืองรุจ วังแจ่ม

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน