แนะรีบถอย-เปิดทางมืออาชีพ
วันที่ 1 มิ.ย. น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 1 มิ.ย. เป็นวันที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องเจ็บหนัก เพราะราคาสินค้า ค่าครองชีพและค่าพลังงานพร้อมใจกันขึ้นราคายกแผง ทั้งราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นลิตรละ 1 บาท จนราคาทะลุอยู่ที่ 33 บาท ราคาขายปลีกเบนซินปรับขึ้นอีกลิตรละ 80 สตางค์ กระทบค่าขนส่งอีก 3% ค่าแก๊สหุงต้มปรับขึ้นอีกกิโลกรัมละ 1 บาท ผักสดขึ้นราคาอีกกิโลกรัมละ 5-10 บาท ข้าวสารถุงเตรียมปรับราคาขึ้นอีก 5-10% แต่สวนทางกับรายได้ชาวนาที่ขายข้าวได้เท่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซอง
รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กลับไม่ร้อนรู้หนาว บริหารบ้านเมืองแบบไม่บริหาร มีรัฐบาลเหมือนไม่มี ประชาชนอยู่ได้เพราะราชการที่ช่วยประคองการทำงานเพียงเพื่อไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย แต่ไร้ซึ่งกลยุทธ์แก้ไขวิกฤต วางแผนประเทศเพื่ออนาคต ส่วนที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รมว.พลังงาน ตอบการอภิปรายในสภา อ้างราคาน้ำมันที่สหรัฐราคาสูงกว่าไทยนั้น คงลืมเปรียบเทียบค่าแรงและสวัสดิการของคนอเมริกันว่าแตกต่างจากคนไทยลิบลับ ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล หากไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนอาจเห็นภาพธุรกิจรายย่อยปิดตัว ฟันเฟืองเศรษฐกิจที่หมุนเคลื่อนการจับจ่ายในภาคประชาชนอ่อนแรงลงจนเศรษฐกิจภาพใหญ่ชะลอตัวลงในไม่ช้า
“ประชาชนกำลังลำบาก หลายคนคิดสั้นเพราะพิษเศรษฐกิจรุมเร้า แต่พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่สามารถหาทางช่วยเหลือได้ แต่ต้องการอยู่ต่อในตำแหน่งเพียงเพื่อประคองอำนาจ ประชาชนคิดแค่ประคองชีวิตให้อยู่รอดยังทำได้ยาก วิกฤตชีวิตของประชาชนควรปล่อยให้รัฐบาลมืออาชีพเข้ามาแก้ปัญหา ตอนนี้เศรษฐกิจ อยู่ในยุคเผาจริง อีกไม่นานประเทศจะเหลือเพียงซากเถ้าถ่านด้วยน้ำมือการบริหารของท่าน หยุดสร้างปัญหาแล้วถอยออกจากอำนาจเถอะ ประชาชนร้องขอ” น.ส.ตรีชฎากล่าว