ผ่าคดีสยองเมืองลำพูน เผานั่งยางคาสวนลำไยวงจรปิดมัดอดีตตำรวจ
ด้วยความที่เป็นอดีตตำรวจ ย่อมรู้ดีว่าพยานหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ ยากที่จะรอดไปได้ บ่ายวันที่ 30 พ.ค. อดีตตำรวจ ป่าไม้วัย 63 ปี ตัดสินใจเข้ามอบตัวพร้อมยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าเผานั่งยางสยองเมืองลำพูน
คดีนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 12.28 น. วันที่ 28 พ.ค. 2565 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเสรณี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จว.ลำพูน พ.ต.อ.ดนัย ใจกล่ำ ผกก.สส.ภ.จว.ลำพูน พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผกก.สภ.เมืองลำพูน ร.ต.อ.จีระศักดิ์ ศักดิ์สม รองสว.สอบสวน สภ.เมืองลำพูน นำชุดสืบสวนเข้าคลี่คลายเหตุพบศพถูกเผานั่งยางในสวนลำไย บ้านจักคำภิมุข หมู่ 7 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน แถวโรงฆ่าสัตว์ ต.ต้นธง อ.เมืองจ.ลำพูน

พฐ.เก็บหลักฐาน
ที่เกิดเหตุพบกลางป่าล้อมรอบด้วยสวนลำไยห่างไกลจากผู้คน พบโครงกระดูกศพเพิ่งเผาใหม่ๆ ถูกเผาลักษณะนอนหงาย สภาพศพเหลือแต่กระดูก ส่วนเชื้อเพลิงที่คนร้ายใช้ในการเผา มีเศษไม้ และเศษยางรถยนต์ที่เหลือไว้เป็นขดลวดของยางรถ เจ้าหน้าที่จึงได้กั้นที่เกิดเหตุไว้ นอกจากนี้ยังพบรถ จยย.จมอยู่ในบ่อน้ำห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร
จากหลักฐานรถจยย. ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบต่อมาว่าผู้ตายคือนายวุฒิไกร หิรัญรัตน์ อายุ 37 ปี โดยนายเกตุ หิรัญรัตน์ อายุ 59 ปี พ่อของผู้ตายให้การว่าลูกชายเคยรับจ้างทำงานที่สวนลำไยที่เกิดเหตุแต่เพิ่งถูกไล่ออกมา และยอมรับว่าลูกชายพัวพันกับยาเสพติดเป็นบางครั้ง โดยติดต่อได้ครั้งสุดท้ายเมื่อคืนเวลาประมาณ 23.00 น. นอกจากนี้ยังสอบปากคำชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบสวน ทราบว่าได้เห็นไฟขึ้นบริเวณดังกล่าวเวลาประมาณตีหนึ่ง
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำทีมลงพื้นที่ประชุมเร่งรัดคดี ตำรวจ เรียกตัวผู้อยู่ในข่ายต้องสงสัยมาสอบปากคำหลายรายรวมทั้ง ร.ต.ท.เกษม ปัญญาพุฒิ อายุ 63 ปี อดีตตำรวจป่าไม้เจ้าของสวน ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดต่างปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมโหดครั้งนี้
แต่เมื่อไล่เช็กภาพจากกล้องวงจรปิดตามถนนที่มุ่งหน้าสู่จุดเกิดเหตุ ตรวจก็พบหลักฐานเด็ด เป็นภาพวงจรปิด ช่วงเวลา 22.08 น. วันที่ 27 พ.ค. บริเวณสามแยกถนนในหมู่บ้านจักรคำภิมุข บันทึกนาทีชายขี่รถพ่วงโดยมีนายวุฒิไกร นั่งอยู่ที่พ่วงข้าง มุ่งหน้าไปทางสวนลำไยจุดเกิดเหตุเผานั่งยาง จากภาพจากกล้องวงจรปิดขณะนั้นจะเห็นว่านายวุฒิไกรนั่งอยู่ลักษณะนิ่งเฉยซึ่งไม่ทราบว่าขณะนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ภาพจากวงจรปิด
เมื่อได้ภาพจากวงจรปิด ตำรวจก็ตามไปตรวจหารถจยย.พ่วงข้างต้องสงสัยจนพบ ก่อนที่พฐ.จะเข้าเก็บร่องรอยหลักฐาน
พล.ต.ท.ประจวบเปิดเผยว่า ตอนนี้หลักฐานทั้งหมดเพียงพอระบุตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดขณะที่ผู้ต้องสงสัยพาตัวนายวุฒิไกรนั่งรถพ่วงไปและขนยางรถยนต์ไปเผาอำพรางศพในสวนลำไย และร่องรอยคราบเลือดที่รถพ่วงและมีดพร้าและที่กระท่อมในสวนลำไย ส่วนสาเหตุหลักๆ น่าจะมาจากปัญหาขัดแย้งส่วนตัวซึ่งขณะนี้ เพียงผลตรวจดีเอ็นเอระบุตัวผู้ตายเท่านั้นก็จะสามารถขอหมายจับจากศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาได้

ร.ต.ท.เกษม ปัญญาพุฒิ มอบตัว
ด้วยความที่เป็นอดีตตำรวจ ย่อมรู้ดีว่าพยานหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ย่อมยากที่จะรอดไปได้ บ่ายวันที่ 30 พ.ค. ร.ต.ท.เกษม ผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่ง ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จว.ลำพูน พร้อมยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าเผานั่งยางนายวุฒิไกร อ้างว่านายวุฒิไกรเป็นลูกน้องเก่าที่จ้างมาทำสวนและเพิ่งไล่ออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ยังมีพฤติกรรมชอบกลับมาลักขโมยปลาที่สวนเป็นประจำ

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่
พล.ต.ต.มงคลเผยหลังร่วมสอบสวนปากคำ วันเกิดเหตุเขารู้ว่านายวุฒิไกรอยู่ที่เล้าเป็ดจึงขี่รถพ่วงสามล้อไปหา และพาไปเคลียร์ปัญหากันที่กระท่อมในสวนของเขา ซึ่งนายวุฒิไกรก็ยอมขึ้นรถมาแต่โดยดี ระหว่างพูดคุยเกิดทะเลาะกันมีปากเสียงทำให้โมโหหยิบท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ฟาดจนเสียชีวิต จากนั้นขี่รถไปที่บ้านเอายางรถยนต์มาเผาอำพรางศพก่อนจะทำลายหลักฐานล้างคราบเลือดทั้งหมดและกลับไปอยู่บ้านตามปกติ คอยติดตามข่าวจากสื่อมวลชน จนทนแรงกดดันไม่ไหวยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจ ส่วนปัญหาเรื่องยาเสพติดปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นอำพรางศพ” คุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เป็นอดีตตำรวจแต่กลับหันหลังให้กฎหมาย เมื่อเลือกใช้ความรุนแรง ผลก็เป็นเช่นนี้
วิชัย ทาเปรียว
กฤษณะ เชิญธงไชย
เรื่อง/ภาพ