พท.ชี้จำนำข้าว-คนรายได้เพิ่ม – วันที่ 2 มิ.ย. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า จัดงบประมาณแบบประชาธิปไตย กับจัดงบประมาณแบบเผด็จการ คิดต่างกันจริงๆ แบบประชาธิปไตยใช้งบเพื่อให้ประชาชนมีรายได้สูงๆ มีเงินแล้ว รวยแล้วเสียภาษีให้รัฐบาลได้ เพื่อหมุนเวียนกลับมาเป็นงบพัฒนาประเทศในปีถัดไป แต่คิดแบบเผด็จการ คิดใช้งบประมาณเพื่อตัวเอง ถึงประชาชนไม่ได้รับงบสนับสนุน จะจนลง ไม่มีเงินจ่ายภาษีก็ไม่สนใจ เพราะคิดแบบเผด็จการง่ายๆ ถ้าประชาชนยากจนก็หาทางรีดภาษีเพิ่มจากทรัพย์สินที่ดินของประชาชน
“จำนำข้าวคือการบริหารการเงินภาครัฐ คือการหมุนเวียนงบประมาณเพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม คงจำกันได้วันที่มีจำนำข้าวทุกคนในประเทศมีสตางค์ รัฐบาลได้ภาษีเพิ่ม กระทั่งสามารถลดการขาดดุลงบประมาณได้ปีละ 50,000 ล้านบาทติดต่อกัน จำนำข้าวคือโอกาสของประชาชน คือโอกาสที่รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีได้เพิ่ม ไม่ใช่ภาระที่รัฐบาลต้องจ่ายเงิน คิดแค่นี้ ไม่เข้าใจ จะมาบริหารงบของประชาชนได้ยังไง คิดแบบเผด็จการทำให้คนไทยจนได้ทั้งประเทศ” นายวรวัจน์ระบุ
นายจักรพงษ์ แสงมณี กก.บห. พรรคเพื่อไทย และอดีตที่ปรึกษารมว.คลัง กล่าวกรณีโฆษกรัฐบาลพพาดพิงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สร้างหนี้จากโครงการประชานิยมและโยนภาระหนี้ให้ธปท. ซุกหนี้ไว้ใต้พรมว่า กล่าวโดยไม่ศึกษาข้อมูลหรือตั้งใจเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจประชาชนจากความเสียหายทางการเงินการคลังที่รัฐบาลนี้ก่อขึ้น การให้ความเท็จป้ายสีโครงการจำนำข้าวไม่สำเร็จ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงได้อย่างชัดเจน จึงพาลไปป้ายสีโครงการอื่น ทั้งโครงการแท็บเล็ต และโครงการรถคันแรกที่สร้างคุณประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน และทั้งสองโครงการล้วนเป็นโครงการที่ไม่ได้ใช้เงินกู้ คำว่าซุกหนี้ไว้ใต้พรมน่าจะเป็นพฤติกรรมของรัฐบาลนี้มากกว่า ที่ใช้มติ ครม.สั่งการให้ธนาคารจ่ายไปก่อน แล้วจะตั้งงบปีถัดไปมาจ่ายคืน