“ผมกำลังหลับอยู่ มาสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงดังตุ้บๆ อยู่ข้างหัว หันไปก็เห็นหำนอนจมกองเลือด และเห็นหลังคน จำได้ว่าเป็นสมควรถือขวานเดินออกประตูบ้านไป”
นายหำแหล้ หรือนายปรีชา ขันขวา ให้การกับ ร.ต.อ.ชัชวิน ศรีแก้วหล่อ รองสว.สอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ที่นำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองหนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บก.ภ.จว.หนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.หนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยนเรศวร หลังได้รับแจ้งจากนายธวัช มีเบ้า ผญบ.บ้านโคกกลาง ม.4 ต.ป่าไม้งาม อ.เมืองหนองบัวลำภู ว่าเกิดเหตุฆาตกรรมสยดสยองกลางวันแสกๆ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา

บ้านที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบศพนายจิรศักดิ์ หรือ หำ ดีเลิศ อายุ 53 ปี มีบ้านพักอยู่ไม่ไกลกัน สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงสีกากี นอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอนในห้องโถงชั้นล่าง
พบบาดแผลถูกของแข็งทุบ บริเวณยอดอกใกล้ไหล่ทั้ง 2 ข้าง และต้นคอข้างบ่าซ้าย อีกรอย
นายปรีชาเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุให้การเพิ่มเติมอีกว่า วันที่ 30 พ.ค. ตนและนายหำพากันไปเที่ยวงานบุญบั้งไฟ ก่อนชวนกันนั่งดื่มกินกันจนดึก กระทั่งเมามายหนัก นายหำจึงประคองมาส่งบ้าน
ระหว่างทางผ่านหน้าบ้านแม่ยายนายสมควร ศรีจันทร์เทพ อายุ 53 ปี มือขวานที่ก่อเหตุซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติกับนายจิรศักดิ์ แต่ไม่ถูกกันมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน นายจิรศักดิ์ก็ตะโกนพูดแขวะจนเกิดมีปากเสียงกันขึ้นจึงรีบลากเพื่อนกลับมาถึงบ้าน แต่ด้วยความที่เมาทั้งคู่เลยพากันนอนที่ชั้นล่าง

ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย
กระทั่งตกใจตื่นในช่วงเกิดเหตุ และทันเห็นว่านายสมควรกำลังเดินออกจากบ้านไปหลังลงมือฆ่านายจิรศักดิ์แล้ว
เจ้าหน้าที่รีบกระจายกำลังออกตามหาตัวนายสมควรทันที หลังพยานบ่งชี้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโหด
หลังระดมชาวบ้านช่วยกันตามหาอยู่ 2 ชั่วโมง ก็พบตัวนายสมควรซ่อนอยู่ในโรงสีเก่าข้างหมู่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึง 500 เมตร
สอบสวนรับสารภาพว่า เป็นผู้สังหารนายหำตามคำให้การของพยาน พร้อมพาตำรวจไปตรวจยึดขวานด้ามเหล็กยาวประมาณ 60 ซ.ม. อาวุธสังหารที่ขว้างทิ้งข้างบ้าน ก่อนคุมตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียด ที่บก.ภ.จว.หนองบัวลำภู

ชาวบ้านต่างตกในหลังทราบเหตุร้าย
เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ก่อเหตุ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดทำให้ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุจูงใจ มาจากการที่ทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องแนวเขตที่ดินมรดกที่อยู่ติดกัน
ปฐมเหตุเริ่มจากการที่แม่ยายนายสมควรผู้ก่อเหตุ เป็นพี่น้องท้องเดียวกับแม่ของนายจิรศักดิ์ผู้ตาย ทั้งคู่ได้รับที่ดินมรดกเป็นนาอยู่แปลงติดกัน โดยแบ่งแยกโฉนดที่ดินกันชัดเจน ก่อนจะให้ลูกๆ ใช้ทำมาหากิน
สำหรับที่นาทั้งสองแปลงที่มีเขตแดนติดกัน เพราะแม่ของทั้งสองฝ่ายรับมรดกจากพ่อแม่ที่แบ่งให้ลูกทั้งสองแปลงดังกล่าว โดยปักเขตแดนในเอกสารโฉนดที่ดินถูกต้อง

อาวุธสังหาร
แต่ปัญหาอยู่ที่การแบ่งโฉนดนาทั้งสองแปลงนี้ ใช้วิธีปักหมุดคดเคี้ยวไปตามคันนาตามสภาพการทำนาตั้งแต่ต้น ไม่ได้ดึงเป็นเส้นตรงเหมือนที่ดินเปล่าทั่วไป
ภายหลังนายสมควรอยากให้มีการจัดรูปที่ดินกันใหม่ เปลี่ยนแนวเขตเป็นเส้นตรงจากหัวหมุดท้ายหมุดไม่อยากให้ลัดเลาะตามคันนาเพื่อความสะดวก แต่สุดท้ายตกลงกันไม่ได้จึงเกิดปัญหาทะเลาะกันวุ่นวายถึงขั้นต้องให้กรรมการหมู่บ้านช่วยตัดสิน
กรรมการหมู่บ้านประชุมแล้วมีความเห็นตรงกันว่า การแบ่งเขตแดนนั้นถูกต้องแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
แต่ทั้งนายสมควรผู้ก่อเหตุและนายจิรศักดิ์ผู้ตายที่มีศักดิ์เป็นพี่เมียยังไม่พอใจเกิดการ ขัดแย้งด่าทอแขวะกันไปมาโดยตลอด

ตร.ตามรวบได้ทันควัน
กระทั่งฟางเส้นสุดท้ายมาขาดผึงตรงที่นายจิรศักดิ์เกิดเมาหนักจนไปตะโกนพูดจาแขวะกันถึงหน้าบ้านกลางดึก ก่อนพากันกลับไปนอนที่บ้านของนายปรีชาที่อยู่ห่างกันเพียง 40 เมตรเท่านั้น
ด้วยความที่ทั้งนายปรีชาเจ้าของบ้าน และนายจิรศักดิ์ผู้ตายดื่มกินกันมาหนักมากทำให้นอนหลับเป็น ตายจนถึงบ่ายก็ยังไม่ฟื้นจากการหลับใหล บ้านช่องก็เปิดประตู โล่งโจ้ง สร้างโอกาสให้นายสมควรฉวยจังหวะลากขวานบุกเข้าไปทุบตายคาที่นอนได้อย่างสะดวกง่ายดาย
ปิดฉากเหตุสยองที่มีสารตั้งต้นมาจากเรื่องที่น่าจะพูดคุยกันได้ในหมู่ญาติสนิท กลับบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ฝ่ายหนึ่งต้องจบชีวิต
ส่วนอีกฝ่ายไม่เพียงหมดหวังที่จะได้ที่ดินแปลงสวย แนวเขตตรงตามหวังแล้วยังตกเป็นฆาตกร ต้องไปใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายอยู่ในตะราง
ทนงศักดิ์ สงสุวรรณ์
เรื่อง/ภาพ