กทม. – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงนโยบายการย้ายศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) ไปที่ศาลาว่าการกทม. (ดินแดง) ว่า นโยบายดังกล่าวถือว่าเป็นการนับหนึ่ง แต่การย้ายจริงอาจภายใน 3 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี เพื่อให้ศาลาว่าการกทม. เสาชิงช้า เป็นศูนย์กลางของเมือง ซึ่งจะสร้างรายได้ให้พื้นที่อีกมหาศาล ทั้งนี้การย้ายไปที่ดินแดง ต้องมองภาพใหญ่ ทั้งหมดจำเป็นต้องศึกษาความคุ้มทุน เนื่องจากมี ค่าใช้จ่ายมาก และมีข้าราชการทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการพิจารณา ซึ่งศาลาว่าการที่ดินแดง ถือว่ากว้างขวางและมีความเหมาะสม
ขณะที่มีประชาชนอยากใช้พื้นที่บางส่วนของ ลานพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณเป็นสถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งจะพิจารณาด้วย
ด้าน นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักการโยธา (สนย.) กล่าวว่า สำหรับอาคารธานีนพรัตน์ รองรับหน่วยงานได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยสนย. มีแผนการย้าย โดยแบ่งดำเนินการระยะแรก จะย้ายหน่วยงานเฉพาะที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับคณะผู้บริหาร และระยะต่อไปจะหาพื้นที่รองรับหน่วยงานที่เหลือย้ายมาได้ทั้งหมด ซึ่งอยู่ในแผนระยะยาวอาจในเวลา 2 ปี
ปัจจุบันมีหน่วยงานที่ประจำอยู่ที่ศาลาว่าการ กทม.ดินแดง 4 อาคาร ดังนี้ 1.อาคารไอราวัตพัฒนา ซึ่งเป็นอาคารของสภากรุงเทพมหานคร 2.อาคารธานีนพรัตน์ ประกอบด้วย ห้องคณะผู้บริหาร และหน่วยงานต่างๆ ของกทม. 3.อาคาร 1 และ4.อาคาร 2 เป็นที่ตั้งของ หน่วยงานต่างๆ ของกทม.
รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันข้าราชการที่อยู่ในอาคารธานีนพรัตน์ นั่งทำงานกันอย่างแออัดเป็นอย่างมาก เมื่อทราบว่าผู้บริหารมีนโยบายให้ย้ายศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า มาที่ดินแดงทั้งหมด ต่างไม่เห็นด้วย เพราะ เกรงว่าการจราจรจะติดขัด รวมทั้งลิฟต์ที่มีอยู่ 16 ตัว และ 8 ตัว ไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันร้านอาหารมีน้อย อาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้
ขณะเดียวกันข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า ต่างก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะพื้นที่ในอาคารมีไม่เพียงพอ แม้ขณะนี้สนย. จะเคลียร์พื้นที่ได้ บางส่วน แต่ยังขาดงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงาน อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ ซึ่งยังไม่รวมคอมพิวเตอร์ เครื่อง ถ่ายเอกสาร คาดว่าใช้เงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท