เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2566 ให้ตัดงบสำหรับเงินบำนาญข้าราชการ จนนำไปสู่การวิจารณ์ในสังคมอย่างมากว่า ต้องแล้วแต่กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ ส่วนจะไป แปรญัตติตัดงบกันนั้น หากไปกระทบกับสิทธิตามกฎหมายของบุคคลนั้นคงไม่ได้

สำหรับตัวเลขเงินบำนาญที่ถูกมองว่าสูงนั้น ความจริงเหมือนกับตัวเลขในอดีต เมื่อข้าราชการมีจำนวนมากขึ้น งบก็มากขึ้นไปด้วย และรัฐบาลได้คิดสิ่งเหล่านี้โดยตลอด จึงยังไม่คิดที่จะให้มีการเออร์ลี่รีไทร์ เพราะจะเป็นภาระงบหรือแม้แต่เรื่องการขยายอายุเกษียณราชการ ซึ่งเดิมได้คิดก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 แล้วว่าจะขยายจากอายุ 60 ปี ไปเป็น 63 ปี และอีกช่วงหนึ่งจากอายุ 63 ปี เป็น 65 ปี ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศ หากเป็นเช่นนั้นแสดงว่ายังไม่ต้องจ่ายเงินบำนาญ แต่ปรากฏว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 จึงหยุดไว้ก่อน และปล่อยให้เกษียณอายุราชการที่ 60 ปีเช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าตัวเลขเงินบำนาญในรายการงบปี 66 เหมาะสมแล้ว นายวิษณุกล่าวว่า คนที่คิดเรื่องนี้ก็คิดขึ้นโดยอาศัยความสมเหตุสมผลอยู่แล้ว ส่วนที่มองกันว่าไม่สมเหตุสมผลนั้น อาจต้องไปดูกฎหมายที่เป็นต้นตอของการจ่ายบำนาญ ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปแก้กฎหมายเหล่านั้น แต่ตนยังคิดไม่ออกว่าจะปรับลดอย่างไรที่ไม่ให้ขัดกับกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน