วันที่ 7 มิ.ย. บีบีซีและซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นายชาร์ล มีแชล ประธานคณะมนตรียุโรปของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวโทษรัสเซียในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซีว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตอาหารโลกขาดแคลน ส่งผลให้นายวาสซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เดินออกจากที่ประชุมด้วยความโกรธเคือง ขณะที่สถานการณ์สู้รบในยูเครนยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง กองทัพเรือยูเครนแถลงว่ากองเรือในทะเลดำของรัสเซียถอยห่างจากชายฝั่งไปกว่า 100 กิโลเมตร เนื่องจากกองทัพยูเครนยิงจรวดและโดรนตอบโต้

วอล์กเอาต์ – นายวาสซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำยูเอ็นเดินออกจากที่ประชุม ยูเอ็นเอสซีเนื่องจากไม่พอใจที่ถูกนายชาร์ล มีแชล ประธานคณะมนตรียุโรปกล่าวโทษรัสเซียเป็นสาเหตุให้เกิดวิกฤตอาหารโลก เมื่อ 7 มิ.ย. (รอยเตอร์)

นายมีแชลกล่าวว่า รัสเซียกำลังใช้อุปทานอาหารเหมือนจรวดลับ ถือเป็นภัยต่อโลกที่กำลังพัฒนา บีบให้ประชาชนตกสู่ความยากจน ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงจากสงครามของรัสเซียกำลังกระจายไปทั่วโลก ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น หลายภูมิภาคไร้เสถียรภาพ และรัสเซียคือผู้ต้องรับผิดชอบต่อวิกฤตอาหารนี้แต่เพียงผู้เดียว นายมีแชลเสริมว่าได้เห็นด้วยตาตนเองว่าเมล็ดข้าวหลายล้านตันติดค้างอยู่ที่ท่าเรือเมืองโอเดสซา ทางตอนใต้ของยูเครน เนื่องจากถูกกองเรือรัสเซียปิดล้อม เมื่อนายเนเบนเซียได้ยินดังนั้นก็หุนหันลุกขึ้นและเดินออกจากที่ประชุมด้วยความไม่พอใจ นายมีแชลกล่าวกับทูตรัสเซียโดยตรงว่า “คุณอาจออกไปจากห้องประชุมนี้ อาจเป็นการง่ายกว่าที่จะไม่ฟังความจริง” ขณะที่นายเนเบนเซียระบุในเวลาต่อมาว่าไม่สามารถประชุมต่อได้เพราะคำโกหกของนายมีแชล

ด้านนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในทำนองเดียวกันกับนายมีแชล ระหว่างประชุมออนไลน์กับองค์กรเอ็นจีโอและหน่วยงานเอกชน โดยระบุว่ามีข้าวสาลีราว 20 ล้านตันติดค้างอยู่เพราะกองกำลังรัสเซียปิดล้อม และว่ามีรายงานที่เชื่อถือได้แจ้งว่ารัสเซียกำลังขโมยเมล็ดข้าวของยูเครนเพื่อขายเอากำไรเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน