พลันที่มีผู้พบศพนางทองคูณ ปติโยเก อายุ 75 ปี ถูกฆาตกรรมสยองพร้อมกับหลานสาวในบ้านของตนเอง ญาติๆ ทุกคนต่างพุ่งเป้าไปที่นายทองสัน หัดที หรือ เตี้ย ลูกเขยที่เปรียบเสมือนแกะดำประจำครอบครัว
คดีสยองถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.ท.คำพอง ดังก้อง สารวัตรสอบสวน สภ.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่บ้านเลขที่ 14/2 บ้านหนองคลอง หมู่ 7 ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวร โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้น อยู่ระหว่างก่อสร้างเพิ่มเติม บริเวณชั้น 2 พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย รายแรกคือนางทองคูณ นอนเสียชีวิตบนที่นอนอยู่มุมห้อง พบมีรอยช้ำตามใบหน้าและมีเลือดออก บริเวณข้างกันพบร่างน.ส.ทรรศนีย์ พันธ์คลอง อายุ 19 ปี หลานสาว นอนเสียชีวิตมีผ้าห่มคลุมอยู่ ตามร่างกายมีรอยช้ำ ตามใบหน้าบวมมีเลือดออก ขมับขวามีแผล บริเวณรอบห้องมีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย

บ้านที่เกิดเหตุ
จากการสอบถามนางตุลา ราหา เพื่อนบ้านเล่าว่า ในช่วงเช้าที่แม่ของน.ส.ทรรศนีย์ผู้ตายได้โทร.ให้มาเรียกหลานให้ไปโรงเรียน ตนจึงเดินไปเรียก แต่ไม่มีใครตอบรับ จึงเรียกเพื่อนบ้านมาดู พร้อมทั้งขึ้นไปดูบนบ้าน จึงพบสองยายหลานเสียชีวิตบนบ้าน ส่วนเวลาเกิดเหตุตนไม่แน่ใจว่าเกิดตอนไหน แต่ช่วงประมาณตีสามได้ยินเสียงเหมือนหมาเห่า ตนได้ชะเง้อออกมาดูแต่ก็ไม่พบเหตุการณ์อะไร อีกอย่างเมื่อคืนฝนตกจึงไม่ได้ยินเสียงอะไร
นายประมวล พันคลอง พ่อของน้องทรรศนีย์เล่าว่า เมื่อวานที่ผ่านมาตนได้มาก่อสร้างบ้านให้ยายในช่วงกลางวัน จากนั้นได้กลับบ้านตอน 18.00 น. จากนั้นเวลา 22.00 น.ลูกสาวกลับมาจากทำงานและเรียนในอำเภอวาปีปทุมได้แวะมาที่บ้าน ก่อนออกจากบ้านมานอนที่บ้านยายตามปกติ ส่วนตนก็เข้านอน จนกระทั่งช่วงเช้ามีเพื่อนบ้านมาเรียกตนจึงออกมาดู เมื่อเห็นสภาพแล้วถึงกับรับไม่ได้ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวตน ลูกสาวตนเป็นคนขยัน กำลังจะมีอนาคตไกล อยากให้ตำรวจตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็ว

สภาพศพหลานสาว
คดีนี้ตำรวจได้เบาะแสสำคัญจากญาติของผู้ตายที่พุ่งเป้าไปที่แกะดำของครอบครัวคือนายทองสัน หัดที หรือ เตี้ย อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นลูกเขยของนางทองคูณ ซึ่งมีปัญหาไม่ถูกกับนางทองคูณแม่ยายเนื่องจากเห็นว่ามาเกาะลูกสาวกิน ไม่ทำงานทำการ วันๆ เอาแต่ตีไก่ ยิ่งหลังจากลูกสาวเสียชีวิตก็ยังมีปัญหากันเรื่องเงินๆ ทองๆ อีก
หลังได้ข้อมูลชุดสืบสวนเชิญตัวนายทองสันมาสอบสวนตลอดทั้งคืนจนความจริงปรากฏ
14.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. ที่ สภ.นาข่า พล.ต.ต.ดิเรก จิตอร่าม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.นุติ ศักดิ์สุภาพ ผกก.สส.ภ.จว.มหาสารคาม พ.ต.ท.สมภพ ปาปะใน สวญ.สภ.นาข่า และชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายทองสัน โดยแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน

พฐ.เก็บหลักฐาน
พล.ต.ต.ดิเรกเผยว่า เหตุจูงใจของเรื่องนี้อยู่ที่ผู้ต้องหากับผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นแม่ยายกับลูกเขย เกิดจากความแค้นสะสมมานานกว่า 30 ปี แม่ยายชอบดุด่าหาว่าไม่ทำงาน ชอบเล่นการพนันตีไก่ ก่อนหน้านี้เคยมาดูลาดเลาแล้ว 2 ครั้งแต่ไม่สบโอกาส จึงไปหาไม้หน้าสามมาลับคมทำเป็นไม้คมแฝกเตรียมการไว้ ในวันเกิดเหตุประมาณตีสามได้เข้าไปในบ้านแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสอง แก้เชือกที่ผูกประตูไว้ถือติดมือมา จากนั้นใช้ไม้คมแฝกตียาย 2 ที จังหวะนั้นหลานสาวผงกหัวตื่นขึ้นมาจึงใช้ไม้ตีเข้าที่คางของหลาน ก่อนใช้เชือกไนลอนสีเขียวรัดคอยายจนเสียชีวิตและใช้เชือกที่เตรียมมาอีกเส้นรัดคอหลานจนเสียชีวิตเช่นกัน จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ไป 2 เครื่องไปโยนทิ้งลงหนองน้ำ และนำเชือกกับไม้คมแฝกเอาไปทิ้งในดอนปู่ตา ส่วนกรณีวางยาเบื่อสุนัขทางผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้ทำ
เจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่ชมรมกู้ภัยวาปีปทุมลงหาโทรศัพท์มือถือทั้งสองเครื่อง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงพบโทรศัพท์ และให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกชุดปูพรมหาไม้คมแฝกและเชือกที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งพบแต่เชือก แต่ไม้คมแฝกยังหาไม่พบ

ลูกเขยโหดพาหาของกลาง
นายประมวล พันธ์คลอง กล่าวภายหลังทราบว่าตร.จับคนร้ายได้แล้ว คิดไว้แล้วว่าต้องใช่นายเตี้ย ส่วนตัวไม่ค่อยได้สุงสิงกันเพราะต่างคนก็ต่างใช้ชีวิต ไม่ค่อยชอบหน้ากัน เชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะเงินฌาปนกิจศพของภรรยาที่เสียชีวิตที่นายเตี้ยไม่ได้ส่วนแบ่ง อีกทั้งเมื่อ 3 วันก่อนเกิดเหตุสุนัขที่เลี้ยงไว้ที่บ้านถูกยาเบื่อตาย ก็คาดว่านายเตี้ยจะเป็นคนทำ
“เงินแค่ 2 แสนทำไมต้องทำกับลูกผมแบบนี้ มันแลกกับชีวิตลูกผมไม่ได้” พ่อผู้สูญเสียกล่าวด้วยความช้ำใจ
เชิด ขันตี ณ พล
สุรเชฐ สัจจลักษณ์ เรื่อง/ภาพ