การเมืองหลังผ่านศึกอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณปี 66 หลายพรรคมีความเคลื่อนไหวน่าจับตา

พรรคภูมิใจไทยของเสี่ยหนู อนุทิน มีน้ำมีนวลกว่าใครเพราะดูดเอาส.ส.เพื่อไทย-ก้าวไกลเข้ามาได้เป็นกอบเป็นกำ ถ้าเกิดอุบัติเหตุกับบิ๊กตู่ สภาต้องโหวตเลือกนายกฯ กันใหม่ เสี่ยหนูมีสิทธิ์มากกว่าเพื่อน ไม่ใช่บิ๊กป้อม

ส่วนพลังประชารัฐ มีข่าวว่าหลังงบฯ ผ่านวาระแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค จับเข่าพูดคุยกันถึงการทำงานการเมืองต่อจากนี้

แนวทางคือให้พล.อ.ประยุทธ์ลงมาคลุกการเมืองเต็มตัว สมัครเป็นสมาชิกพลังประชารัฐแล้วขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนพล.อ.ประวิตร จะขยับหลีกทางไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค

แต่ทั้งหมดต้องรอจังหวะหลังเดือนส.ค.ที่จะมีความชัดเจนเรื่องวาระนายกฯ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ เสียก่อน

ส่วนเรื่องทาบทามผู้กองธรรมนัส กลับมาอยู่พลังประชารัฐ น่าจะเป็นความพยายามที่ไม่ได้ผล ยิ่งถ้าพล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรค ข้อเสนอนี้ก็ปิดประตูตาย เพราะเสือสองตัว ยังไงก็ไม่มีทางอยู่ ถ้ำเดียวกันได้

ถึงพล.อ.ประวิตรจะกล่อมก๊วนผู้กอง ได้อยู่หมัดในการโหวตงบฯ แต่การจะให้ย้ายกลับมารวมเป็นเนื้อเดียวกันนั้น เป็นอีกเรื่อง ตามคติที่ว่า อยู่เป็นหัวสุนัข ดีกว่าไปเป็นหางราชสีห์

อยู่คุมพรรคเศรษฐกิจไทยแล้วหาทางต่อรองเป็นครั้งๆ ไปน่าจะดีกว่า

หันมาทางพรรคเพื่อไทยออกอาการ เสียศูนย์ไปบ้างจากกรณี 7 ส.ส.งูเห่าโหวตงบฯ สวนมติพรรค ถึงไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ก็เป็นการแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเลือกตั้งครั้งหน้าทั้ง 7 คนย้ายพรรคแน่นอน

เรื่องมาถึงขั้นนี้ หลายคนเสนอว่าเพื่อไทยควรมีมติขับส.ส.ทั้ง 7 พ้นพรรคให้รู้แล้วรู้รอด จะไปอยู่พรรคไหนก็ไป อีกไม่กี่เดือนก็เลือกตั้ง ไม่ต้องไปแคร์ ปล่อยไว้เดี๋ยวก็ไปโหวตสวนในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกอยู่ดี

ส่วนคนที่โดนขับออกก็ต้องยอมรับ ถึงการโหวตในสภาจะเป็นเอกสิทธิ์ส.ส. แต่การสวนมติพรรคก็เป็นเรื่องไม่ควร แสดงให้เห็นถึงอุดมการณ์จุดยืนที่ แตกต่าง อยู่ไปก็อึดอัด ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่สบายใจกว่า ไม่ต้องสนใจใครจะแซะเป็น ‘งูเห่า’

นักการเมืองดีจริง อยู่พรรคไหน คนก็เลือก

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน