คําประกาศที่ว่า จะสู้กับตำรวจไม่ยอม ถูกจับติดคุก ของมือปืนเหี้ยม ทำให้สังคมจับจ้องว่าคดียิงอุกอาจชลบุรีจะจบลงในรูปแบบไหน

ย้อนไปเมื่อราวทุ่มครึ่งของวันที่ 31 พ.ค. พ.ต.ต.สมศักดิ์ ใจแล สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสุขประยูรขาเข้าพนัสนิคม หมู่ 1 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผกก.สภ.พานทอง พ.ต.ท.ชัชชัย คชาโภชน์ รอง ผกก.สส. ตำรวจชุดสืบสวน และกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์

สภาพรถผู้บาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน 6 กท 3183 กทม. สภาพมีรู กระสุนปืนยิงทะลุกะบังลมด้านหน้า 1 รู กระจกด้านขวาฝั่งคนขับ 2 รู ภายในรถพบนางอาภัสรา เกษมสรวล อายุ 55 ปี พนักงานไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง ถูกอาวุธปืนบริเวณไหล่ขวา 1 นัด และที่บริเวณหางคิ้วขวา 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่เบาะคนขับ กู้ภัยจึงรีบช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่ง ร.พ.พานทอง ก่อนส่งต่อร.พ.เอกชล 1

จากการสอบถาม นายธาดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี คนเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เห็นรถ จยย. ซ้อน 2 ขี่ไล่ประกบตามรถเก๋งมา คนขี่ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบและคนซ้อนท้ายใส่หมวกกันน็อกครึ่งใบ พอรถจยย.ประกบด้านคนขับก็มีเสียงปืนดังประมาณ 4-5 นัด รถเก๋งจึงเสียหลักพุ่งลงร่องกลางถนน ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถจยย.มุ่งหน้าไปทาง อ.พนัสนิคม

พ.ต.อ.เอนก เปิดเผยเบื้องต้นว่ายังไม่ทราบสาเหตุ คาดว่าอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องชู้สาว แต่ต้องรอสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง และตอนนี้ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พานทอง ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมทั้งรถจยย. ของคนร้าย เพื่อจะได้ติดตามจับกุม

วงจรปิดคนร้าย

คดีนี้คนร้ายลงมืออุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย ชุดสืบสวนทั้งของโรงพัก สืบจังหวัดและสืบภาค 2 ต่างระดมกำลังไล่เช็กภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาข้อมูลคนร้าย จนทราบว่าคนร้ายใช้ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีขาว-เหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ก่อนขยายผลจนสามารถขออนุมัติหมายจับข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า จากศาลจังหวัดชลบุรี เลขที่ จ.270/2565 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2565

กระทั่งวันที่ 5 มิ.ย. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พร้อมพ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ. มาโนต หวังสู้ศึก ผกก.สืบสวน 1 กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภ.2 และ สภ.พานทอง ร่วมกันจับกุมตัว นายสมพงษ์ ยินดีสุข หรือ หนุ่ม ดอนหัวฬ่อ อายุ 42 ปี ชาว ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหา ตามหมายจับ

พร้อมของกลาง 1.กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 3 นัด ขนาดเดียวกับอาวุธก่อเหตุ 2.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีขาว-เหลือง ทะเบียน 1 กค 7373 ชลบุรี ที่ผู้ต้องหาขี่กระทำความผิด 3.กางเกงยีนส์ 4.รองเท้าแตะสีดำ 5.กระเป๋าสะพายสีน้ำตาล 6.เงินสด จำนวน 29,440 บาท เหลือจากค่าจ้าง

หนุ่ม ดอนหัวฬ่อ จนมุม

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมที่หน้าอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งใน ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี

นายสมพงษ์รับว่าเป็นคนขี่รถจยย.ส่วนมือปืนคือ นายศตวรรษ ทองคำ หรืออ๊อด ดอนหัวฬ่อ อายุ 46 ปี โดยก่อนเกิดเหตุ นายสมพงษ์ขี่รถจักรยานยนต์มารับนายศตวรรษที่หอพักไม่มีเลขที่ ใน อ.เมือง จ.ชลบุรี และหลังเกิดเหตุก็เดินทางกลับมาที่หอพักดังกล่าวแล้วหลบหนีไป ก่อนถูกจับกุมตัวได้

นายสมพงษ์ให้การรับว่า ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน นายอ๊อดมาชวนให้ทำงานว่ามีงานยิงผู้หญิง โดยนายอ๊อดบอกจะเป็นคนยิงเอง วันเกิดเหตุนั่งดื่มสุราด้วยกันนายอ๊อดก็ชวนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอพักนายอ๊อด จากนั้นตน ขี่จยย.พากันที่พานทองไปถึงเฝ้าจุดยิงประมาณ 1 ชั่วโมง

จากนั้นเห็นผู้หญิงออกมาขึ้นรถยนต์จึง ขี่รถตาม จนถึงที่เกิดเหตุขี่ประกบฝั่งขวา นายอ๊อดเป็นคนยิงแล้วก็ขับหนี ตนได้รับ ค่าจ้าง 1 แสนบาท โดยนายอ๊อดบอกว่า จะสู้กับตำรวจไม่ยอมถูกจับติดคุก ส่วนใครเป็น ผู้จ้างวานตนไม่ทราบเพราะนายอ๊อดเป็นคนรับงาน และยังไม่ทราบหลบหนีไปไหน

นาทีจับอ๊อด ดอนหัวฬ่อ

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า เราระดมชุดสืบสวนหาพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนพบหลักฐานชิ้นสำคัญส่วนหนึ่งมาจากกล้องวงจรปิดตามโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 (Smart Safety Zone 4.0) ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.

ถัดมาอีก 2 วัน ชุดสืบสวนภ.2 ร่วมกับตำรวจ สภ.พานทอง ชุดบูรพา 491 ก็บุกรวบตัวนายศตวรรษได้ที่บ้านร้าง ม.5 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมอาวุธปืน .38 ของกลาง โดยเจ้าตัวไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ ตามที่ประกาศไว้

สอบสวนรับเงินว่าจ้างมา 2 แสนบาท ใช้ซื้ออาวุธปืนไป 27,000 บาท แบ่งให้นายหนุ่ม ไป 1 แสนบาท และเหลือเงินขณะถูกจับกุม 20,000 บาท สาเหตุที่รับงานมาเนื่องจากช่วงนี้ไม่มีเงิน เพราะค่าจ้างค่อนข้างเยอะ

ที่เหลือจากนี้คงเป็นการขยายผล กระชากหน้ากากผู้จ้างวาน ซึ่งคงอีกไม่นาน

สวัสดิ์ ผลชัยภูมิ
อดิศร จิตตเสวี
เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน