ข้อเรียกร้องของชาวคลองหอยโข่ง

เรียน บ.ก.

ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา มีความกังวลเรื่องขยะ เนื่องมีกองขยะขนาดใหญ่ อยู่โดยรอบอาคารของโรงคัดแยกขยะ มีทั้งกลิ่นและน้ำเสีย รบกวนวิถีชีวิตชาวบ้าน ในพื้นที่โดยรอบโรงคัดแยกขยะ เป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตร ทั้งสวนปาล์ม สวนยางพารา รวมถึง นาข้าว และการหาปลาในแอ่งน้ำ ทำให้บางรายไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ที่ผ่านมานั้นพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง มีเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น จึงอยากให้มีการเร่งแก้ปัญหาในระยะยาว เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้ตามวิถีชีวิตเดิม ในขณะที่โรงคัดแยกขยะเองก็สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้

นายจรัล ช่วยเอียด
ที่ปรึกษาเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
อำเภอคลองหอยโข่ง

ตอบ คุณจรัล

ข้อเสนอของคุณ ยังมีลักษณะพร้อมหาทางออก เพื่อจะได้อยู่ร่วมกัน ระหว่างโรงคัดแยกขยะกับชุมชน ไม่ถึงขั้นจะต้องแตกหัก ต้องขับไล่สถานเดียวอะไรแบบนั้น โดยทำอย่างไรให้ชาวบ้านไม่รู้สึกว่าได้รับผลกระทบจากกลิ่นและน้ำเสีย โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อการทำมาหากินของชาวบ้าน

เรียกร้องรัฐบาลแก้พืชผักแพง

เรียน บ.ก.ข่าวสด

ทำสวนปลูกผักมาแล้วกว่า 10 ปี โดยจะปลูกพืชผสมผสาน ทั้ง ผักชี ขึ้นฉ่าย พริก และไม้ผล เพื่อลดต้นทุนและช่วยกระจายความเสี่ยงในเรื่องของราคาผลผลิตตกต่ำ แต่ทว่าในปีนี้ เกษตรกรกลับต้องเผชิญกับปัญหาราคาปุ๋ยและสารเคมีเกษตรที่เพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว โดยปุ๋ยเคมีสูตรเสมอจากเดิมที่เคยซื้ออยู่ที่กระสอบละ 800 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 1,800 บาท รวมไปถึงราคาน้ำมันดีเซลที่ขยับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีภาระด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากว่าร้อยละ 50 นอกจากนี้สภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา และฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปกติกว่าที่วางแผนการปลูกเอาไว้ ส่งผล กระทบทำให้ผักหลายชนิดเสียหาย ผักชีที่ปลูกไว้ จำนวน 15 ไร่ ทุนกว่า 4 แสนบาท ซึ่งปกติจะต้องได้ผลผลิตประมาณ 1 ตันต่อไร่ ตอนนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพียง 400 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ราคารับซื้อเมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 12 บาท จึงทำให้ในปีนี้ขาดทุนจากการปลูกผักชีไปกว่า 3 แสนบาท การวิพากษ์วิจารณ์ถึงราคาพืชผักที่สูงขึ้น ยอมรับว่าชาวสวนน้อยใจ และอยากให้ผู้บริโภคเห็นใจเกษตรกรบ้าง เนื่องจากราคาผลผลิตจะขยับขึ้นก็แค่เพียงปีละ 1 ครั้ง และจะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น โดยบางครั้งราคาที่ได้กับผลผลิตที่มีอยู่ เกษตรกรขายได้ก็ยังไม่ได้ทุนคืนเลย ค่าแรงงาน น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยและสารเคมีเกษตร ในขณะที่ปัจจุบันราคารับซื้อผักชีหน้าสวนเท่ากับต้นทุนการผลิตที่กิโลกรัมละ 50 บาท นั่นหมายถึงปลูกแล้วไม่ได้กำไรอะไรเลย ทั้งๆ ที่หน้าสวนควรจะอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 80 บาท ทางเกษตรกรวอนขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ย และสารเคมีเกษตร ให้ได้โดยเร็ว

ด้วยความเคารพ

ชาวสวนดำเนินฯ

ตอบ ชาวสวนดำเนินฯ

เสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องข้าวของแพง พืชผักขึ้นราคา เชื่อว่าไม่มีใครมองชาวสวนในแง่ไม่ดี แต่เป็นการเรียกร้องที่พุ่งเป้าไปยังรัฐบาลมากกว่า เพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาราคาน้ำมันได้ จึงเป็นต้นทุนที่สูงลิบลิ่วสำหรับสินค้าทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งพืชผักด้วย ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาต้นทุนให้กับประชาชนทุกอาชีพ มากกว่าจะมาโจมตีประชาชนด้วยกันเอง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน