พลันที่พบศพ นายหมัดดล บินสัน อายุ 40 ปี ลูกจ้างของบริษัทรับเหมางานตัดกิ่งไม้ของของการไฟฟ้า อ.นาหม่อม ถูกฆ่าฝังดินภายในป่าพื้นที่หมู่ 11 บ้านคลองปอม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก็เกิดคำถามขึ้นทันทีว่าการปราบปรามอย่างจริงจังที่ว่ามีจริงหรือเป็นเพียงการสร้างภาพ
ย้อนไปเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 มิ.ย. 2565 ร.ต.อ.ปิยะพงษ์ สังข์ทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งพบศพถูกฆ่าฝังดินอยู่ภายในป่าด้านหลังสนามกอล์ฟ พื้นที่หมู่ 11 บ้านคลองปอม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงประสานผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์
ที่เกิดเหตุพบหลุมที่เพิ่งขุดใหม่ๆ อยู่กลางป่าละเมาะมีรอยเลือดบนหลุม หน่วยกู้ภัยและชาวบ้านจึงช่วยกันขุดลึกลงไปประมาณ 50 ซ.ม. ก็พบศพนายหมัดดล บินสัน อายุ 40 ปี เป็นคนในพื้นที่เกิดเหตุ อยู่เลขที่ 3/2 บ้านคลองปอม ม.11 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ และทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมางานตัดกิ่งไม้ของของการไฟฟ้า อ.นาหม่อม ที่ญาติแจ้งว่าออกจากบ้านมาหาผักหาปลาเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ก่อนหายตัวไป สภาพศพถูกเถาวัลย์มัดมือมัดเท้า ศีรษะถูกทุบด้วยของแข็งจนยุบ มีผ้าสีแดงมัดปากและกระเป๋าสะพายสีดำอยู่ที่คอ ห่างไป 300 เมตร ตร.พบรถจยย.ของผู้ตายถูกทิ้งใน สระน้ำ นอกจากนี้ในบริเวณป่ายังพบร่องรอยถูกใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวของแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองด้วย เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ตายอาจถูกกลุ่มแรงงานต่างด้าวหรือคนคุมฆ่าปิดปาก เนื่องจากเข้ามาพบจุดที่ซ่อนแรงงาน

ระดมปิดล้อมป่า
คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ซ้ำยังเกี่ยวพันกับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ซ้ำยังทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวาไม่กล้ากรีดยาง เนื่องจากกลัวแรงงานต่างด้าวที่ยังซ่อนตัวอยู่ในป่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.สัญญา ทองสวัสดิ์ ผกก.สภ.ทุ่งลุง และ พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.ตำรวจภูธร จ.สงขลา พร้อมชุดสืบสวน สภ.ทุ่งลุงและชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่ติดตามหาเบาะแสของกลุ่มแรงงาน โดยแบ่งงานกันลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูลและหาภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสของรถต้องสงสัยที่ขนแรงงานเถื่อนกลุ่มนี้ตามเส้นทางที่คาดว่าจะขับผ่านมา
คืนวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาได้ 19 คนและคนไทย 2 คน ขณะขับรถไปรับแรงงานต่างด้าวทั้งหมดและแหกด่านก่อนรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนและตรวจดีเอ็นเอว่าเกี่ยวข้องกับการฆ่าฝังดินหรือไม่
ขณะที่การปิดล้อมตรวจค้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกฝ่ายทั้งตำรวจทหารฝ่ายปกครองและผู้นำท้องถิ่น ได้สนธิกำลังกันนับร้อยนาย ออกค้นหากลุ่มชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่

จยย.ทิ้งสระ
เจ้าหน้าที่พบชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองซึ่งซ่อนตัวอยู่ในป่าอีกหลายจุดในพื้นที่ ต.บ้านพรุ ขณะเดียวกันกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ร่วมกับทหาร มทบ.42 ตำรวจและชรบ.ตำบลบ้านพรุ เข้าจับกุมชาวเมียนมากลุ่มใหญ่อีกกว่า 100 คน ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า โดยแยกออกเป็น 3 กลุ่ม กระจายอยูในป่า โดยสร้างแคมป์ชั่วคราวกันแดดฝนรอเคลื่อนย้ายเดินทางต่อไปยังปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย แต่หลังจากเกิดคดีขึ้นมา ผู้นำพาและนายหน้าได้ปล่อยทิ้งไว้เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ บางส่วนถูกนำมาพักรวมกันไว้อย่างแออัดในบ้านเช่า 2 หลัง ในพื้นที่หมู่ 8 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ กระจายกันอยู่ตามห้องพัก 12 ห้อง เพียง 2 วัน จับได้แล้ว 314 คน มีบางคนที่พยานแจ้งว่าอยู่ในที่เกิดเหตุบริเวณป่าที่นายหมัดดลถูกฆ่าฝังดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งคัดแยกและสอบสวนเป็นรายคนว่ามีใครบ้าง เชื่อว่าน่าจะมีอีกจำนวนมาก

จับกุมต่าวด้าว
ส่วนทางด้านการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยฆ่าฝังดิน จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเจ้าหน้าที่พบเบาะแสของรถกระบะต้องสงสัยที่ขนชาวเมียนมากลุ่มที่คาดว่าจะก่อเหตุฆ่าฝังดินออกจากจุดเกิดเหตุเป็นรถกระบะมีรั้ว เมื่อไล่กล้องวงจรปิดเพิ่มเติมสามารถตามไปถึงชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้าน อ.สะเดา จ.สงขลา ฝ่ายความมั่นคงจึงเพิ่มการลาดตระเวนคุมเข้มตามแนวชายแดนพร้อมประสานทางการมาเลเซีย เพื่อล่าตัวชาวเมียนมาที่ก่อเหตุไม่ให้ข้ามแดนไปยังฝั่งมาเลเซียได้
ล่าสุดมีรายงานว่า ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 3 คน ตามหมายจับของศาล จ.สงขลา เป็นชาวเมียนมาทั้งหมด แยกเป็นคนขับรถกระบะขนชาวเมียนมา 1 คน อีก 2 คนเป็นการ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง เบื้องต้นพบว่ามีชาว เมียนมาที่ร่วมก่อเหตุประมาณ 8 คน ส่วนสาเหตุอ้างว่าผู้เสียชีวิตเข้าไปพบจุดที่ซ่อนตัวจึงลงมือ

สภาพแคมป์ในป่า
แม้หลักมนุษยธรรม จะมองว่าคนเหล่านี้เป็นเหยื่อที่หนีร้อนมา พึ่งเย็น แต่เมื่อเหิมเกริมถึงขั้นฆ่าคนไทย การบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวด ก็ต้องถูกนำมาใช้
อนงค์ วงศ์ช่วย
เรื่อง/ภาพ