พุทธาภิเษกเหรียญหลวงปู่แผ้ว รุ่นจเรตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ และ ผอ.ฝึกอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีพุทธาภิเษกมหามงคล เหรียญหลวงปู่แผ้ว ปวโร รุ่นจเรตำรวจแห่งชาติ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่บริเวณมณฑลพิธีอุโบสถวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

วัตถุประสงค์ เพื่อมอบที่ระลึกข้าราชการตำรวจ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นขวัญกำลังใจ ทั้งข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานจเรตำรวจ และข้าราชการตำรวจทั่วไป

ในพิธี พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร เมตตาเป็นประธาน ฝ่ายสงฆ์ โดยมีพระอธิการสมศักดิ์ อินโท เจ้าอาวาสวัดรางหมัน จุดเทียนชัย

การนี้ หลวงปู่แผ้ว สวดคาถาจุดเทียนชัย พร้อมจุดเทียนมงคล เทียนพุทธาภิเษก เทียนนวหรคุณ เทียนทอง เทียนเงิน และนั่งภาวนาปรกอธิษฐานจิต พร้อมพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ชัยมงคลคาถา โดยพระอธิการสมศักดิ์ เจ้าอาวาสวัดรางหมัน ดับเทียนชัย และประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่สาธุชน บริเวณภายในและภายนอกพระอุโบสถวัดประชาราษฎร์บำรุง

สำหรับหลวงปู่แผ้ว เป็นพระเกจิดังแห่งวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้รับการขนานนามว่า เทพเจ้าแห่งกำแพงแสน

มีนามเดิมว่า แผ้ว บุญวัฒน์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 7 พ.ย.2466 ที่หมู่บ้านหลักเมตร ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดหนองปลาไหล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2486 มีพระครูสุกิจธรรมสร (หลวงพ่อสว่าง ธัมมสโร) วัดกำแพงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อปาน อารักโข วัดหนองปลาไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สนั่น วัดหนองปลาไหล เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างจริงจัง หมั่นพิจารณาคำสอนอย่างถ่องแท้ ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะอุทิศกายถวายชีวิตอยู่ในบวรพระพุทธศาสนาตลอดไป

ช่วงแรกบวช ท่านอยู่จำพรรษาอยู่ที่วัดหนองปลาไหล เป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นจาริกไปจำพรรษาที่วัดหนองม่วง 8 พรรษา มีหน้าที่สอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรภายในวัด

ต่อมาในปี พ.ศ.2494 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม จำพรรษา อยู่ที่วัดปลักลายไม้ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ในปี พ.ศ.2497 ย้ายไปสอนพระปริยัติธรรม และจำพรรษาที่วัดสว่างชาติประชาบำรุง ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

พ.ศ.2502 สนใจศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างจริงจัง จึงย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดกำแพงแสน ต.ห้วยหมอนทอง จ.นครปฐม ศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมกับหลวงพ่อหว่าง อย่างมุ่งมั่น จนแตกฉาน

ตลอดเวลา สร้างคุณูปการสืบสานจรรโลงพระพุทธศาสนา อย่างรอบด้าน อาทิ ปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ ทั้งในเขตอำเภอกำแพงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง ท่านจะอุดหนุนด้วยการสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก เพื่อให้ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาได้สมทบทุนปัจจัยนำไปใช้เพื่อการสาธารณประโยชน์

ต่อมา ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2551 จนถึง ปัจจุบัน

ล่าสุด พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชมงคลวชิราคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน