วันหยุดนี้..ใครหาสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ไว้อัพโซเชี่ยลแบบเก๋ๆ ต้องมาที่ “อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่” มีทั้งมุมธรรมชาติที่สวยงาม ภูเขาเขียวขจี ดอกไม้หลากสี โซนเที่ยวต่างประเทศก็มี หรือใครอยากออกนอกโลกก็มีมุมให้ถ่ายรูปมากมาย

อย่าลืมเที่ยวสวนแบบปลอดภัย..ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส และปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ของทางอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ถ้าเราร่วมมือกันจะช่วยลดโอกาสการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกครั้ง

อุทยานหลวงราชพฤกษ์มาจากความสำเร็จของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ที่ได้รับการตอบรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างดี คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2551 ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้ามาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 มีภารกิจหลักในการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้พืชสวนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย

โดยได้รับการถ่ายโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ และงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเป็นของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2552 และมีการส่งมอบสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ในวันที่ 10 ธ.ค.2552
ชื่ออุทยานหลวงราชพฤกษ์ หมายถึง สวนของพระมหากษัตริย์

ต้นราชพฤกษ์ หรือต้นคูน (ลมแล้ง ภาษาพื้นเมืองภาคเหนือ) นั้น ได้รับการยกให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย และด้วยชื่ออันเป็นมงคลยิ่ง (ราชพฤกษ์ : ต้นไม้ของพระราชา) ประจวบเหมาะกับงานพืชสวนโลก “เฉลิมพระเกียรติ” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้จัดในสถานที่นี้ ชื่อดอกราชพฤกษ์ จึงถูกใช้เป็นชื่อของอุทยานหลวงแห่งนี้

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ มีพื้นที่จัดแสดงส่วนกลางที่โดดเด่น และสง่างามที่สุดคือ หอคำหลวง จัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นกษัตริย์นักการเกษตรเอกของโลก และทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก ภายใต้แนวคิดว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ ศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย”

หอคำหลวง สถาปัตยกรรมล้านนาที่สง่างาม เป็นอาคารครึ่งไม้ครึ่งตึก 2 ชั้น สีน้ำตาลแดง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าบนเนินดิน พื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร ผ่านกระบวนการคิด การออกแบบ จากช่างสิบหมู่พื้นบ้านล้านนานับสิบคน

ชั้นบน จัดให้เป็นหอเฉลิมพระเกียรติฯ ภายในจัดให้มีการแสดงจิตรกรรมฝาผนังแบบล้านนาบอกเล่าเรื่องราวของพระองค์ท่าน อันเป็นพระราชกรณียกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาด้านต่างๆ ตรงกลาง ห้องโถง กำหนดให้มีการสร้างต้นโพธิ์ทอง หรือ ต้นบรมโพธิสมภาร ประกอบด้วย ใบทั้งหมด 21,915 ใบ เป็นต้นไม้แห่งทศพิธราชธรรมที่ใบมีการดูนอักษรนูนต่ำที่มีคำที่เป็นธรรม 10 ประการ เป็นภาษาบาลี อันหมายถึง ทศพิธราชธรรม อันเป็นธรรมะที่พระองค์ท่านยึดถือปฏิบัติ เพื่อให้เหล่าพสกนิกรอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมีตราบเท่าปัจจุบัน
ชั้นล่าง เป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในเหตุการณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 และปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” และโครงการพระราชดำริเต็มรูปแบบสามมิติทั้ง แสง สี และ เสียง อลังการ รวม 9 โซน
ชมหอคำหลวงแล้ว มาถ่ายรูปดอกไม้ในสวนสวย ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาตั้งตระหง่าน

เริ่มจากสวนไทย เป็นพื้นที่จัดแสดงพืชสวนเขตร้อนชื้น มีหลากหลายพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิต และการแปรรูป ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1,900 ชนิด รวมแล้วมากกว่า 3.2 ล้านตัน ประกอบด้วยไม้ในกลุ่มต่างๆ คือ ไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะกล้วยไม้ สมุนไพร พืชผักและเห็ด พันธุ์ไม้หายาก และสวนอื่นๆ เช่น สวนไม้หอม สวนไม้ในวรรณคดี สวนไม้ประจำจังหวัด อาคารเรือนร่มไม้ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังจัดแสดงพันธุ์พืชต่างๆ ภายในกลุ่มอาคารเรือนกระจก ได้แก่ อาคารพืชทะเลทราย อาคารไบโอเทคโนโลยี อาคารพืชเขตร้อน อาคารพืชเขตหนาว และอาคารพืชไร้ดิน

รวมทั้งยังมีหมู่บ้านสี่ภาค ที่จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นไทย และการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมตามภูมิภาคนั้นๆ
ต่อด้วย สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นพื้นที่จัดแสดงของมิตรประเทศที่มาร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสมหามงคลที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี พ.ศ.2549 โดยมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมจัดสวน ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน ญี่ปุ่น มาเลเซีย ลาว เกาหลีใต้ เนปาล ตุรกี สเปน เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เคนยา โมร็อกโก เวียดนาม มอริเตเนีย แคนาดา ซูดาน กาตาร์ และเมืองเฮียวโกะ เกียวโต โอซาก้า

สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นส่วนแสดงการจัดสวน เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยองค์กรระดับแนวหน้าของไทย ทั้งภาครัฐและเอกชน รัฐวิสาหกิจร่วมจัดแสดงสวน ซึ่งแต่ละสวน มีรูปแบบการนำเสนอแนวพระราชดำริที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และการพัฒนาในด้านต่างๆ รวมทั้งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น ทฤษฎีการจัดการน้ำ ดิน ป่าไม้ เกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง และพืชพลังงาน
ภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ยังมีมุมสวยๆ ให้ชมและถ่ายรูปอีกมากมาย

ค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวคนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็กส่วนสูง 100-140 ซ.ม. 70 บาท ข้าราชการ ผู้สูงอายุ นักเรียน นักศึกษา แสดงบัตร 70 บาท นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็กส่วนสูง 100-140 ซ.ม. 150 บาท
ผู้พิการ พระภิกษุ และเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 100 ซ.ม. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. (จำหน่ายบัตรถึง 17.30 น.)
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)