หลังการหายตัวลึกลับของครูสาวกศน.แก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังสืบสวนแกะรอยอย่างลับๆ อยู่นานถึง 15 วัน สิ่งที่ทุกคนหวั่นใจอยู่ลึกๆ ก็กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา
คดีสยองแก่งกระจานครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นภายหลังญาติของน.ส.วนิดา อ่อมเทศ หรือครูหนิง ครูกศน.แก่งกระจาน เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ปุณธพัฒน์ คุณอาสาสิริสกุล พนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้ช่วยติดตามหาตัวครูหนิง ที่หายตัวไปตั้งแต่เวลา 19.00 น. วันที่ 26 พ.ค. พร้อมกับรถกระบะโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ 4 คูณ 4 ตอนครึ่ง ทะเบียน บพ 9114 เพชรบุรี โดยทางญาติให้ข้อมูลความสงสัยว่าจ.ส.อ.สุรินทร์ พราหมณ์น้อย หรือจ่าติ๊ก อายุ 38 ปี ทหารสังกัดค่ายฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน แฟนหนุ่มของครูหนิง อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากช่วงหลังทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง

น.ส.วนิดา อ่อมเทศ หรือครูหนิง
หลังรับแจ้งพ.ต.ท.ปุณธพัฒน์รายงานให้พ.ต.อ.อำนวย ฉ่ำมะนา ผกก.สภ.แก่งกระจาน รับทราบก่อนให้ชุดสืบสวนออกติดตามหาข้อมูลรวมทั้งเชิญตัวจ่าติ๊กมาสอบถาม โดย เจ้าตัวรับว่าพบกับครูหนิงในวันที่ 26 พ.ค. จริง โดยยอมรับว่าทะเลาะกันจริงเรื่องหึงหวงแต่ไม่มีอะไร หลังจากแยกกันไปก็ติดต่อแฟนสาวไม่ได้เหมือนกัน
เมื่อไม่พบเบาะแสที่ใช้คลี่คลายคดีจากการสอบปากคำจ่าติ๊ก ชุดสืบสวนจึงพุ่งเป้าไปที่การติดตามหารถกระบะโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ 4 คูณ 4 ตอนครึ่ง ทะเบียน บพ 9114 เพชรบุรี ของครูหนิง
แล้วก็ประสบความสำเร็จเมื่อเจ้าหน้าที่ระดมกันตามหารถของครูหนิง จนพบถูกนำไปจำนำเอาไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งที่นำรถมาจำนำไว้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจ่าติ๊กนั่นเอง เมื่อคำให้การที่เคยให้ไว้ก่อนหน้าขัดแย้งกับข้อเท็จจริง การหายตัวไปครั้งนี้จึงมีแนวโน้มไปในทางที่อาจเป็นคดีฆาตกรรม

จ.ส.อ.สุรินทร์ พราหมณ์น้อย หรือจ่าติ๊ก
พ.ต.อ.อำนวยรีบรายงานให้ พล.ต.ต. อุทัย กวินเดชาธร ผบก.เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม รองผบก.เพชรบุรี รับทราบ ก่อนประสานผู้บังคับบัญชา นำตัวจ่าติ๊กมาซักถามอีกครั้งต่อหน้านายทหารผู้บังคับบัญชา จนยอมรับสารภาพว่าทะเลาะกันแล้วบันดาลโทสะ ใช้มือบีบคอครูหนิงจนเสียชีวิต จากนั้นจึงนำศพมาถ่วงน้ำในบริเวณบ้านตนเองใน ต.ดอนยาง อ.เมืองเพชรบุรี
ค่ำวันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ต.อุทัยนำชุดคลี่คลายคดีพร้อม พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี แพทย์เวร ร.พ.พระจอมเกล้าเพชรบุรี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานเพชรบุรี เดินทางไปตรวจสอบที่บ่อน้ำในสวนกล้วยที่บ้านของจ่าติ๊ก ก่อนจะพบศพครูหนิงถูกฆ่าถ่วงบ่อน้ำตามที่รับสารภาพ จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพครูหนิงขึ้นจากบ่อน้ำ สภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย ถูกมัดถ่วงด้วยอิฐ 2 ก้อน เหล็กแหนบรถยนต์ 1 เส้น และเหล็กรางรถไฟยาว 1 เมตร แต่ที่น่าตกใจคือพบร่องรอยถูกกรีดด้วยของมีคมเข้าตาม ลำตัว ท้อง หลัง และก้นกบ ซึ่งจ่าติ๊กให้การว่าสาเหตุที่กรีดศพเพื่อป้องกันไม่ให้ศพอืดลอยขึ้นมา ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นและซ่อนเร้นอำพรางศพ

งมศพในบ่อน้ำ
ต่อมาวันที่ 10 มิ.ย. พล.ต.ต.อุทัยพร้อมชุดคลี่คลายคดี นำตัวจ่าติ๊กไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เริ่มตั้งแต่บ้านเช่าที่ ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ห่างจาก ที่ว่าการอำเภอ 300 เมตร ซึ่งน.ส.วนิดา หรือครูหนิงเช่าพักอาศัยอยู่ จากคำให้การของจ่าติ๊กระบุว่า วันเกิดเหตุทะเลาะกันที่บ้านเช่า สาเหตุมาจากผู้ตายจับได้ว่าตนมีภรรยาอยู่แล้วและมาหลอกมีความสัมพันธ์ด้วย
จากนั้นตนลงมือทำร้ายและบังคับผู้ตายขึ้นรถกระบะขับมุ่งหน้า อ.ท่ายาง ใช้เส้นทางแก่งกระจาน-เขื่อนเพชร เมื่อถึง ต.วังไคร้ อ.ท่ายาง จ่าติ๊กเล่าว่าได้จอดรถข้างทางแล้วใช้แขนรัดคอจนครูหนิงแน่นิ่งไป จากนั้นขับรถต่อไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำเพชรบุรี โยนโทรศัพท์ของผู้ตายทิ้งแม่น้ำ ขับรถนำศพไปบ้านตนเองที่ ต.ดอนยาง อ.เมืองเพชรบุรี

ทำแผนฯ นาทีฆ่า
เมื่อนำศพลงจากรถ จ่าติ๊กให้การว่า ได้นำเชือกมามัดศพและนำก้อนอิฐ 2 ก้อน แหนบเหล็กรวมทั้งรางรถไฟ ยาว 1 เมตร มามัดกับศพ นำไปถ่วงในบ่อน้ำ แต่เมื่อถ่วงน้ำไปแล้ว ปรากฏว่าศพยังลอยขึ้นมาด้านบนผิวน้ำ ทำให้ต้องใช้มีดกรีดและเจาะตามร่างกายของผู้เสียชีวิต เพื่อให้ระบายอากาศในศพ จากนั้นจึงได้นำกล้วยกว่า 20 ต้น มาโยนลงไปในบ่อน้ำ เพื่ออำพรางไม่ให้ใครพบเห็น หากศพลอย ขึ้นมา ส่วนรถของครูหนิงนำไปจำนำไว้ที่บ้านหนองสัก หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ก่อนกลับมาทำตัวตามปกติ กระทั่งตำรวจตามไปพบรถและจำนนด้วยหลักฐานจึงยอมรับสารภาพในที่สุด
ช่างเป็นคำสารภาพที่ชวนสยองจริงๆ
กัมปนาท ขันตระกูล
เรื่อง/ภาพ