เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นหัวหน้ารัฐบาลมา 8 ปี ผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 12 ครั้ง ใช้เงินไป 28.5 ล้านล้านบาท แต่เศรษฐกิจทรุด ทุจริตฟู กู้เก่ง ทำคนไทยเสียโอกาส พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายภายใต้ยุทธการ “เด็ดหัว-สอยนั่งร้านประยุทธ์” ทำหน้าที่แทนคนไทยทั้งประเทศ 8 ปีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ทำหนี้สาธารณะเฉียด 10 ล้านล้านบาท ประชาชนรู้ดี
“รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์สมานแผลเศรษฐกิจหรือสร้างแผลเป็นให้กับประเทศ ปัญหาเงินเฟ้อ น้ำมันแพง ค่าแรงถูก คนตกงาน คนจนเพิ่ม ทำประเทศสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับหลายประเทศ พล.อ.ประยุทธ์หมดสภาพที่จะมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจแล้ว เชื่อว่าการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้จะสร้างแนวร่วมทั้งในสภาและนอกสภา สร้างศรัทธาจากภาคประชาชนได้มาก พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าไม่อยู่จนตายคารัง แต่ถ้าคิดจะสืบทอดอำนาจโดยไม่สามารถแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจได้เลย คนที่ลำบากคือประชาชน” นายอนุสรณ์กล่าว
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรค ร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ส.ว.บางคนระบุว่าจะขอเปิดอภิปรายทั่วไปคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย ไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ว่า เราพยายามมองในแง่ดีว่าอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่ถ้ามองในแง่อื่นก็น่าสงสัยว่าทำไมเลือกอภิปรายหลังการอภิปราย ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือจะมาช่วยล้างความผิด แต่ตนคิดว่าสังคมคงไม่ได้คาดหวังการอภิปรายของส.ว.มากนัก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมี และรู้อยู่แล้ว จะเป็นการซักฟอกได้จริงหรือไม่ สามารถแยกแยะได้ จะฟอกขนาดไหน ยังไงก็ฟอกไม่ออก เพราะมันติดไปแล้ว