ผลงานฟอร์มยักษ์ Elvis (เอลวิส) ของ ผู้กำกับฯ บาซ เลอห์มานน์ ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ และได้รับเกียรติจากผู้ชมภาพยนตร์ยืนปรบมือให้นานถึง 12 นาที นี่นับเป็นภาพยนตร์ เรื่องที่ 4 ของเลอห์มานน์ที่ได้เข้าร่วมในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์อันทรงเกียรติ ตามหลังภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง The Great Gatsby ในปี 2013 ภาพยนตร์มิวสิคัลเรื่อง Moulin Rouge! ในปี 2001 และภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของเลอห์มานน์เรื่อง Strictly Ballroom ในปี 1992

ครั้งนี้เลอห์มานน์จะพาไปสำรวจชีวิตและดนตรีของ เอลวิส เพรสลีย์ นำแสดงโดย ออสติน บัตเลอร์ และเจ้าของรางวัลออสการ์ ทอม แฮงส์

เรื่องราวชีวิตของเอลวิส เพรสลีย์ (บัตเลอร์) ถ่ายทอดผ่านมิตรภาพที่ไม่ราบรื่นกับผู้จัดการลึกลับ นายพันทอม ปาร์กเกอร์ (แฮงส์) โดยปาร์กเกอร์ถ่ายทอดเรื่องราวและภาพยนตร์เจาะลึกถึงความซับซ้อนระหว่างทั้งคู่ที่ยาวนานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่ที่เพรสลีย์เริ่มมีชื่อเสียง จนเป็นดาราดังอย่างคาดไม่ถึง

หนุ่มหล่อเซ็กซี่ ออสติน บัตเลอร์ พบว่าตัวเองกำลังร้องเพลง Blue Christmas ของ เอลวิส เพรสลีย์ ในช่วงคริสต์มาสที่ลอสแองเจลิส ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า “หลายอาทิตย์ต่อมาผมกำลังเล่นเปียโนที่บ้านและเริ่มร้องเพลงอื่นของเอลวิส เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งมาจับแขนและพูดว่า..นายเหมาะกับเอลวิสจริงๆ..”

2 วันต่อมา เอเยนต์ของบัตเลอร์โทร.หาเขาเพื่อแจ้งว่า บาซ เลอห์มานน์ กำลังจะสร้างหนังเกี่ยวกับตำนาน ‘มันเหมือนเป็นลาง’ เขา เล่าต่อ “และผมรู้สึกว่าต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อรับบทนั้น ผมปล่อยตัวเองให้อินไปกับมันโดยเริ่มจากการอ่านและดูทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตของ เอลวิส เพื่อนและความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับตัวเขา ผมฟังแต่เพลง ของเขา ก่อนจะเริ่มออดิชั่นผมส่งวิดีโอที่ผมกำลังเล่นเปียโนและ ร้องเพลง Unchained Melody ให้บาซด้วย”

สุดท้ายเมื่อเขาได้พบกับบาซเป็นการส่วนตัว บัตเลอร์เล่าว่าเขารู้ ทันที “บาซเป็นคนที่มหัศจรรย์ เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งและเริ่มการทำงานในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อให้เราได้เข้าเวิร์กช็อปและมีส่วนร่วมในไอเดียต่างๆ”

จนกระทั่งวันสุดท้ายของการทดสอบหน้าจออย่างเป็นทางการ บัตเลอร์เล่าให้ฟังด้วยความประหลาดใจว่า “ผมคิดว่าผมทุ่มสุดแล้ว ผมเตรียมตัวไว้ 3 เพลงแต่บาซเปลี่ยนใจตอนนาทีสุดท้าย ผมเลยต้องร้อง 3 เพลงอื่นที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ผมรู้เลยว่าบาซอยากทดสอบและดูการแสดงของผมภายใต้ความกดดัน แต่ตอนนั้นผมคิดว่าผมทุ่มสุดตัวแล้วจริงๆ”

เขาไม่มีความกังวลอะไรเลย หลังจากนั้น 2-3 วันที่มีสายโทร.เข้ามาบอกว่าเขาจะได้รับบท เอลวิส เพรสลีย์ บัตเลอร์จำได้ว่า “ตอนนั้นผมสัมผัสได้ถึงภาระที่ต้องแบกไว้ ทุกวันผมรู้สึกกังวลเพราะผมอยากแสดงออกมาให้ ถูกต้องและเหมาะสมกับครอบครัวของเขา เพื่อให้เกียรติตัวเขาและชีวิตของเขา มันรู้สึกเหมือนเด็กที่ใส่เสื้อผ้าของพ่อ เหมือนเวลาเดินด้วยรองเท้าขนาดใหญ่ ที่ทำให้เดินลำบาก”

ด้าน บาซ เลอห์มานน์ เล่าว่า “ออสตินได้สัมผัสกับประสบการณ์การรับบทนี้ แต่ที่สำคัญคือการได้ ค้นพบตัวตนของเอลวิส เหมือนกับที่ มาริลิน มอนโรว์ ไม่ใช่แค่ดาราหนัง เธอมีทั้งความเป็นช่วงเวลา สถานที่ ความรู้สึก และสัญลักษณ์อยู่ในตัว เรารู้จักเอลวิสตอนที่เขาปรากฏตัวเพียงชั่วครู่ นาทีหนึ่งเขาคือคนขับรถบรรทุก และนาทีต่อมาเขากลายเป็นคนดังที่สุดระดับโลกไปแล้ว เขามีชื่อเสียงทางตอนใต้ในช่วงไม่กี่ปีที่เขาปรากฏตัวในรายการ Ed Sullivan และเขาเป็นที่พูดถึงอย่างมาก ได้รับความสนใจ และมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกกลายเป็นเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่ได้มีนักร้องเพลงร็อกนับหลายร้อยราย เขาเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างภาพนั้นขึ้นมาได้”

แม้ว่าเขาจะมีความเข้าใจเป็นอย่างดี แต่ความท้าทายในการถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลที่มีตัวตนจริงสู่จอภาพยนตร์ย่อมเกิดขึ้นเสมอ “ผมโชคดีมากที่มีหลายคนคอยช่วยเหลือ” บัตเลอร์กล่าว “เริ่มจากบาซ ความวิเศษในตัวบาซคือความอ่อนโยนและความใส่ใจที่เขามี เขาทำให้เราสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิดเอาไว้ เขาสร้างบรรยากาศที่ทำให้ทุกคนพร้อมทำสิ่งที่ผิดพลาด และลองทำอะไรหลายอย่างใหม่ๆ”

สำหรับการเข้าถึงบุคลิกของเอลวิส บัตเลอร์เล่าว่า “ผมร่วมงานกับโค้ชสอนการเคลื่อนไหว พอลลี่ เบ็นเน็ต ก่อนการถ่ายทำและตลอดการถ่ายทำ เขาไม่ได้ช่วยให้ผมเคลื่อนไหวได้เหมือน แต่ยังเข้าใจว่าทำไมถึงเคลื่อนไหวแบบนั้นด้วย

แต่การพูดและร้องเพลงของเขาที่มีความแตกต่างคือกุญแจสำคัญ บัตเลอร์ยังร่วมงานกับโค้ชด้านการออกเสียงอีกด้วย เขาเล่าว่า “เพราะน้ำเสียง ของเขามีความสำคัญและมีความเฉพาะตัวมาก น้ำเสียงของเอลวิสมีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงหลายปี”

บัตเลอร์บอกอีกว่า “สิ่งที่ทำให้ผมเกิดความสนใจเกี่ยวกับคนดังเสมอ คือความเป็นมนุษย์ของเขาที่สำคัญสุดเป็นอย่างแรก เอลวิสมีจุดเริ่มต้นจากเด็กที่ไม่มีอะไรเลย จากนั้นกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบนโลก มันคือความฝันของชาวอเมริกัน เขายังคงครองใจมายาวนานหลายยุคสมัยจนเหมือนเขามีอายุนานนับ 100 ปี ซึ่งเป็นเรื่อง น่าแปลกที่เขามีอายุได้เพียง 42 ปี”

Elvis มีกำหนดเข้าฉายในไทย 23 มิถุนายน ทุกโรงภาพยนตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน