โลกนวัตกรรมไม่แบ่งกั้นเพศ

“เมื่อนวัตกรรมไม่ได้ขีดเส้นจำกัดอยู่ที่คำว่าเพศสภาพ” สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA หน่วยงานสนับสนุนนวัตกรรมในทุกมิติ ชวนชม 2 โซลูชั่นใหม่ที่คิดค้นขึ้น โดยนวัตกรกลุ่ม LGBTQIA+ ซึ่งโดดเด่นด้านการคิดและสร้างสรรค์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง “ไพรด์มันท์” เดือนที่แสดงออกซึ่งสิทธิเท่าเทียมความหลากหลายทางเพศ

เพราะเชื่อว่านวัตกรรมไม่มีเส้นแบ่งของคำว่าเพศ แต่กลับเป็นเรื่องใหม่ที่ท้าทายและน่าเรียนรู้ บวกกับเป็นคนชอบคิดค้น ประดิษฐ์ และพัฒนาสิ่งใหม่อยู่เสมอ เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ ปิ่นมนัส โคตรชา กรรมการผู้จัดการบริษัท อัตลักษณ์ จำกัด นำจุดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ ความชื่นชอบและหลงใหลในความสวยความงามของ LGBTQ มาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนกระบวนการออกแบบและพัฒนาสินค้าแปรรูปจากผ้าทอพื้นเมืองกาฬสินธุ์อย่างสร้างสรรค์ด้วย “นวัตกรรมอัตลักษณ์คุ้มค่า” ผ่าน “โครงการผ้าทอทวารวดีศรีกมลาไสย : นวัตกรรมการผลิต สินค้าอัตลักษณ์ครบห่วงโซ่” ด้วยการส่งเสริมการผลิตและจำหน่ายแบบครบวงจรให้กลุ่มผู้ประกอบการ โอท็อปในพื้นที่อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ปิ่นมนัสกล่าวว่า แม้ความเป็น LGBTQIA+ จะค่อนข้างไกลตัวจากคำว่า “นวัตกรรม” แต่เมื่อมั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอบรม จึงเริ่มฝึกฝน เรียนรู้และทำความเข้าใจความเป็นนวัตกรรม เพื่อนำมาบูรณาการกับทักษะประสบการณ์ฝึกสอนอาชีพที่มีมาแต่เดิม ตั้งแต่การออกแบบลายผ้าให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมพื้นถิ่น ถ่ายทอดอัตลักษณ์ ความล้ำค่าทวารวดี รวมถึงการย้อมสีและการควบคุมโทนสีของผ้าจากดินและวัสดุธรรมชาติ สู่การแปรรูป ถักทอ สร้างแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์แบบประณีต จนถึงการจำหน่ายและการบรรจุหีบห่อด้วยบรรจุภัณฑ์ธรรมชาติ

ปิ่นมนัสมองว่า การที่ LGBTQIA+ เข้ามาขับเคลื่อนนวัตกรรมในท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะชุมชนทางภาคอีสานเข้าใจและยอมรับเพศทางเลือกมานานแล้ว เห็นได้จากบทบาทการเป็นผู้นำในกิจกรรมฟ้อนรำมาหลาย 10 ปี และช่วยลดช่องว่างด้านการทำงานเพราะชุมชนไว้ใจกลุ่ม LGBTQIA+ มากกว่าเพศชายหรือหญิง จึงพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกันได้รวดเร็วมากขึ้น

การทำงานร่วมกับ NIA องค์กรนวัตกรรมที่เปิดกว้างและให้โอกาสนวัตกรทุกคนอย่างเท่าเทียม ทำให้รู้สึกไม่มีกำแพงกั้น อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ให้ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยต่อยอดแนวคิดสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยอาศัยความได้เปรียบทางความคิดสร้างสรรค์และมุมมองในแบบ LGBTQIA+ ที่มักมีความคิดแปลกใหม่ แต่คงความสวยงามและอ่อนช้อย มีกลิ่นอายชุมชน วัฒนธรรม และสะท้อนความเป็นไทยอยู่ในงานทุกชิ้น

ด้าน ศรุต ผิวขาว ผู้ก่อตั้งบริษัท รีมิค-บิทซ์ จำกัด ผู้สร้าง Than Ruea NA WA โซลูชั่นชวนเที่ยวเมืองรองครบจบในแอพฯ เดียว มองว่าการมีเพศสภาพเป็น LGBTQIA+ ไม่ถือเป็นอุปสรรคสำหรับการดำเนินงานในยุคที่สังคมเปิดกว้างและพร้อมให้โอกาสคนหลากหลายเพศทำงานอย่างเท่าเทียม เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพจนมองข้ามเรื่องเพศสภาพ

ศรุตพบว่าประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวตามเมืองรองอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เพราะไม่มีกระบวนการทำงานเป็นระบบ รวมถึงไม่มีข้อมูลการสื่อสารที่แน่ชัด ส่งผลให้การพัฒนาชุมชนไม่มีจุดเด่น ขาดเครื่องมือและเทคโนโลยี เช่น ชุมชนท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยอีสานที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงจัดทำโครงการ “Than Ruea NA WA” แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชุมชนท่าเรือขึ้น เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวสายรักธรรมชาติที่ชอบเสพงานศิลปวัฒนธรรมมาเยี่ยมชมชุมชนท่าเรือด้วยการจองแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่าน www.tharueanawa.com ซึ่งสามารถจอง แพ็กเกจเส้นทางการท่องเที่ยว แนะนำไกด์ชุมชน และที่พัก แบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน