‘เจ้าของดารุมะซูชิ’นอนคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัว ระบุผู้ต้องหากระทำโดยวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน รู้ว่าไม่สามารถปฏิบัติตามที่โฆษณาไว้ได้ ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม หากปล่อยชั่วคราว อาจหลบหนี ตร.ปคบ.นำเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผยผู้ต้องหามีสีหน้าเครียด ปัดตอบจะชดใช้ความเสียหายอย่างไร ‘บิ๊กปั๊ด’สั่งบก.ปคบ.ระดมพนักงานสอบสวน พร้อมตั้งศูนย์ฮอตไลน์รับแจ้งความ รวมคดีดารุมะทั่วประเทศ ‘ผบช.ก.’ลุยยึดทรัพย์ต่อ
จากกรณีตำรวจปคบ.จับกุมนายเมธา ชลิงสุข หรือ “บอลนี่” อายุ 39 ปี เจ้าของกิจการร้านบุฟเฟต์แซลมอน ดารุมะ ซูชิ ตุ๋นขายเวาเชอร์บุฟเฟต์ซูชิ ได้ที่ประตูทางออก 9 อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ชั้น 4 สนามบินสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังเดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 ปคบ. ดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

ส่งเข้าคุก – ตำรวจ ปคบ.คุมตัวนายเมธา หรือบอลนี่ ชลิงสุข เจ้าของธุรกิจร้าน ดารุมะซูชิ ผู้ต้องหาฉ้อโกงไปฝากขังศาลอาญา ต่อมาศาลพิจารณาแล้วไม่ให้ประกันตัว หวั่นเกรงหลบหนี ก่อนส่งไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.
ความคืบหน้าคดี เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. พนักงานสอบสวนบก.ปคบ.นำตัวนายเมธา ชลิงสุข ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ไปฝากขังต่อศาลอาญา ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เป็นผัดแรกอีก 12 วัน เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่เข้ามาแจ้งความ, สอบพยานประมาณ 10 ปาก, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหามาประกอบสำนวนการสอบสวน จึงขออนุญาตศาล ฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ในระหว่างการสอบสวน ตั้งเเต่ 23 มิ.ย.-4 ก.ค. 65
โดยท้ายคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวด้วย เนื่องจากเป็นคดีมีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายสูง และมีอัตราโทษสูง หากอนุญาตให้ประกันตัวไป เกรงว่าอาจจะหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ และยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง
ระหว่างที่พนักงานสอบสวนคุมตัวนายเมธาเพื่อไปขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายเมธาว่าจะชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร ยังมีทรัพย์สินเหลือพอที่จะชดใช้ผู้เสียหายหรือไม่ เเต่นายเมธามีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามใดๆ
ส่วนขั้นตอนหลังจากฝากขังต่อศาลเเล้ว ทางทนายความจะไปยื่นขอประกันตัว ตามสิทธิ์ของผู้ต้องหา หากศาลพิจารณาให้ ประกันตัว ทนายก็จะนำใบคำร้องมายื่นที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ปล่อยตัวชั่วคราว เเต่หากศาลไม่ให้ประกันตัวก็จะควบคุมตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป
ด้านพล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายเมธายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นคำร้องขอฝากขัง โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวน มาก และมีมูลค่าความเสียหายมาก เกรงว่า จะหลบหนี ซึ่งผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะยื่นขอ ประกันตัวในชั้นศาลเพื่อพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่จะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล หากศาลอนุญาต ทางทนายความจะนำหมายปล่อยตัวมาส่ง ให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อปล่อยตัว นายเมธาที่บก.ปคบ. แต่หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว พนักงานสอบสวนจะนำตัว นายเมธาไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป
พล.ต.ต.อนันต์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องคดี ตำรวจยังคงเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงินว่านายเมธาได้ยักย้ายถ่ายเทไปที่ใดหรือไม่ เพื่อหาเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ นำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายต่อไปด้วย
ต่อมานายเมธายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการกระทำของผู้ต้องหา มีลักษณะกระทำโดยมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถปฏิบัติตามที่โฆษณาไว้ได้ จึงทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก ทั้งทำให้เสียความเชื่อถือจาก ผู้ประกอบการ และผู้บริโภครายอื่น จึงเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม เชื่อว่าหากปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจหลบหนี ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
ต่อมาเวลา 16.30 น. พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. คุมตัวนายเมธา ส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยระหว่างคุมตัว นายเมธามีสีหน้าเคร่งเครียด และไม่ตอบคำถามของสื่อมวลชน
ด้านพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เปิดเผย ความคืบหน้ากรณีจับกุมนายเมธา ชลิงสุข ว่า ตนเรียกชุดสืบสวนสอบสวนมาประชุมวางกรอบทางคดีให้เป็นไปแนวทางเดียวกัน พร้อมสั่งให้สืบสวนขยายผลด้วยว่ายังมีผู้อื่นร่วมกระทำความผิดอีกหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหาว่าถูกยักย้ายถ่ายเทไปที่ใดบ้าง หากพิสูจน์ทราบเสร็จแล้ว ก็จะได้นำเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ตามมูลฐานความผิดต่อไป
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวต่อว่า คดีนี้พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เน้นย้ำสั่งการให้ทำคดีด้วยความรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย และพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงทุกมิติ ซึ่งช่วงบ่ายวันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. จะเรียกประชุมชุดทำงานเพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน เพราะคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากความเสียหายเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ทางผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความได้ทุกสถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุได้อีกด้วยอีก รวมทั้งจะตั้ง โอเพ่นแช็ต หรือไลน์กลุ่ม เพื่อรวบรวม ผู้เสียหายในคดี เพื่อทำความเข้าใจ และแจ้ง ผลความคืบหน้าทางคดีให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ในฐานะผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เรียกประชุมพนักงานสอบสวน บช.น.,ภ.1-9, บก.ปคบ. เพื่อกำหนดช่องทางรับคำร้องทุกข์ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากกรณีบริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด หลอกขายคูปอง และแฟรนไชส์บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนบก.ปคบ. เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับบริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด กับพวก กรณีหลอกลวงให้ผู้เสียหายกับพวกหลงเชื่อ ซื้อคูปอง ราคา 199 บาท/คน เพื่อใช้ รับประทานซูชิแซลมอนแบบบุฟเฟต์ ที่ร้านดารุมะ ซูชิ จำนวน 27 สาขา ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อกว่า 1,000 ราย ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท และหลอกลวงให้ผู้เสียหายซื้อ แฟรนไชส์ของบริษัท ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ที่ชื่อว่า “ดารุมะ” (daruma) โดยเสนอแบ่งกำไรให้ 10% ของยอดจำหน่าย เมื่อผู้เสียหายกับพวกหลงเชื่อจ่ายเงินให้กับบริษัท ปรากฏว่าไม่สามารถใช้คูปองได้ เนื่องจากบริษัทปิดกิจการไปเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.65 และผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า คดีนี้พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เห็นว่ามีประชาชนซื้อคูปองกว่า 33,000 ราย กระจายอยู่หลายพื้นที่ และพบว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ผ่านระบบการแจ้งความออนไลน์ https://www.thaipoliceonline.com แล้วกว่า 1,000 ราย เป็นการกระทำผิดที่มีรูปแบบยุ่งยาก สลับซับซ้อน เกี่ยวเนื่องกันหลายพื้นที่ และมีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต่อเนื่องรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียหาย จึงสั่งการให้ บช.ก. โดยบก.ปคบ. เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีทั้งหมด มอบหมายพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. ควบคุม กำกับ ดูแล โดยให้ทุกกองบัญชาการสอบสวน รวบรวมเอกสาร และส่งสำนวนไปยังบก.ปคบ.
ทั้งนี้ กรณีที่ผู้เสียหายไปแจ้งความไว้แล้วกับตำรวจท้องที่ พนักงานสอบสวนจะสอบสวนปากคำ จัดทำเอกสาร และส่งสำนวนมายังบก.ปคบ. ส่วนผู้เสียหายที่ร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ แอดมิน จะส่งเรื่องไปยังตำรวจท้องที่ เพื่อสอบสวนปากคำ จัดทำเอกสาร และส่งสำนวนไปยังบก.ปคบ. อีกเช่นกัน ส่วนผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ ขอให้ดำเนินการภายในวันที่ 10 ก.ค.65 เนื่องจากพนักงานสอบสวนจะต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้บก.ปคบ. ให้ทันส่งสำนวนไปยังอัยการ
นอกจากนี้ ยังเปิดศูนย์ฮอตไลน์ 06-5965-1135 เพื่อรับแจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษา โดยจะมีเจ้าหน้าที่รับสายตลอด 24 ช.ม. และตั้งกลุ่มไลน์โอเพ่นแช็ต “ผู้เสียหาย ดารุมะ ซูชิ” เพื่อให้ข้อมูลในการเตรียมเอกสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้เสียหาย
ส่วนหลักฐานที่ผู้เสียหายจะต้องนำมาให้กับพนักงานสอบสวน มีดังนี้ หลักฐานการโอนเงิน เช่น สลิปโอนเงิน สเตตเมนต์ หรือหลักฐานการหักชำระด้วยบัตรเครดิตของผู้เสียหายเอง (สำคัญ) สำเนาบัตรประชาชนผู้เสียหาย หรือหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบติดอากรแสตมป์ลงนามให้เรียบร้อย หลักฐานการซื้อคูปองผ่านแอพพลิเคชั่น ดารุมะ ซูชิ ผ่านที่ตั้งสาขาใด (เน้นให้ปรากฏข้อมูลคูปองที่สั่งซื้อ, ประวัติการจอง, การชำระเงิน) หลักฐานการสนทนากับผู้ขาย (ถ้ามี) หลักฐานที่ผู้เสียหายพบโฆษณาขายคูปองผ่านทางช่องทางใด เช่น เฟซบุ๊ก หรือไอจี เป็นต้น และหลักฐานการปฏิเสธการใช้คูปอง (ถ้ามี) หรือหากยังไม่ได้ใช้คูปอง อาจหาหลักฐานจากข่าวว่าร้านที่ใช้บริการปิดไม่สามารถใช้บริการได้ เป็นต้น