ธรรมทาน
ธรรมะวันหยุด
ธรรมทาน หมายถึง การให้ธรรมะ ให้สิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ทางด้านความคิดและจิตใจ ที่เมื่อผู้ได้รับไปแล้ว เกิดความรู้ สติปัญญา เห็นความสว่างทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง จนถึงดวงตา เห็นธรรม บรรลุคุณวิเศษชั้นสูงได้
ธรรมทานนั้น อาจแยกความหมายและวิธีการให้ออกไป หลายประการ เช่น
ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ ให้โอวาทตักเตือนผู้อื่น เช่น พ่อแม่สอนแนะนำลูกให้เป็นคนดี ครูอาจารย์สอนศิษย์ให้มีวิชาความรู้ ผู้ใหญ่สอนเด็กให้ปฏิบัติตนในทางที่ถูกต้อง
ให้อภัย หมายถึง การไม่ถือโทษโกรธเคือง ผู้ที่ทำผิดคิดร้าย ต่อตน ยอมยกโทษให้ ทำตนให้เป็นคนไม่มีเวรภัยกับใคร ให้ความเป็นกันเองกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทำตนให้เป็นคนใจดี อยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายใจ
ให้ความยุติธรรม คือการวางตนเป็นกลาง ไม่ลำเอียงเข้าข้างใครด้วยอคติ เป็นคนตรงไปตรงมากับทุกคน เช่น พ่อแม่ให้ความยุติธรรมต่อลูกทุกคน ผู้ใหญ่ให้ความยุติธรรมต่อผู้น้อย ครูอาจารย์ให้ความยุติธรรมต่อศิษย์ นายจ้างให้ความยุติธรรมต่อลูกจ้าง เพื่อนให้ความยุติธรรมต่อเพื่อน
ให้ความรัก ความอบอุ่น ทำตนให้เป็นคนมีเมตตากรุณา ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายผู้อื่นด้วยวาจาอ่อนหวาน ไม่โกรธง่าย
ให้กำลังใจ คือพูดจาให้ผู้อื่นเกิดกำลังใจ เมื่อเขามีความท้อแท้สิ้นหวัง หรือเมื่อเขาจะเริ่มต้นการงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้เขาเกิดความหวัง เห็นความสำเร็จข้างหน้า
ให้สติ คือการเตือนใจให้เกิดสติ เมื่อเขาทำผิดพลาดเสียหาย หรือกำลังจะเดินทางผิดคิดไม่ชอบ การปลอบใจให้เขาคลายทุกข์ คลายความเศร้าโศก เมื่อเขาต้องสูญเสียพลัดพราก จากบุคคลหรือสิ่งของอันเป็นที่รัก การแสดงความเห็นอกเห็นใจ เมื่อเขาประสบความวิบัติเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่ง การเตือนสติแก่คนอื่นอย่างนี้ จัดเป็นธรรมทาน
ธรรมทานดังกล่าวล้วนเป็นสิ่งเชื่อมประสานใจ เช่นเดียวกับอามิสทาน แต่ท่านแสดงธรรมทานว่าเลิศกว่าอามิสทาน เพราะอามิสทาน ไม่คงทนถาวร สามารถแปรเปลี่ยนได้ง่าย และเป็นประโยชน์เฉพาะร่างกายโดยตรงเท่านั้น
ส่วนธรรมทานนั้นมั่นคงกว่า และเข้าไปถึงจิตใจของผู้รับ ทำให้ผู้รับเกิดสติปัญญาความรู้ เกิดกำลังใจ ได้สติ ได้ความ อบอุ่นใจ มองเห็นทางก้าวหน้า มีความมั่นใจในการดำรงชีวิต และธรรมทานนั้นยังสามารถนำผู้รับให้บรรลุถึงคุณธรรมความดี จนถึงมรรคผลนิพพานได้ ธรรมทานจึงจัดว่าเป็นเลิศ ดังที่ตรัสไว้ว่า การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง
ไม่ว่าจะเป็นอามิสทาน หรือธรรมทาน จะเลิศหรือยอดเยี่ยมกว่ากันอย่างไร ทานทั้ง 2 อย่างนี้ ล้วนมีความจำเป็นและมี ความสำคัญต่อมนุษย์ทั้งสิ้น เพราะการอยู่ร่วมกัน จำต้องพึ่งพิงอาศัยกัน ช่วยเหลือกันไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง
พระศรีศาสนโมลี
(สุทธิวัฒน์ ภูริญาโณ ป.ธ.9)
วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร www.watdevaraj.org