มงคลสมัยแห่งวันคล้ายวันประสูติ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร)” วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เวียนมาบรรจบครบอีกกาลหนึ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565
องค์สังฆบิดรทรงเจริญพระชนมายุครบ 95 พรรษา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วไปต่างรำลึกถึงรอยแย้มพระสรวลอยู่เป็นนิจ และรำลึกถึงพระสัทธรรม ที่ทรงมีพระเมตตาประทานให้ในวาระต่างๆ ทั้งยามสุขและทุกข์ ทั้งพระจริยวัตรและพระธรรมคำสอน เปรียบเสมือนกระจกเงาที่ฉายชัดถึงพระเมตตา พระกรุณา ที่ทรงมีต่อชาวไทยและเทศ อย่างไม่เลือกเพศ วัย และชั้นวรรณะ
ตลอดเวลาที่ทรงดำรงมหาสังฆปริณายกนี้ พระองค์ทรงมีคุณูปการอันทรงคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์
มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2470 ที่ ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี
วัยเยาว์ เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 โคกกระเทียม อ.เมือง จ.ลพบุรี จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ทรงเข้าพิธีบรรพชา เมื่อปี พ.ศ.2480 ที่วัดสัตตนารถปริวัตร อ.เมือง จ.ราชบุรี มีพระธรรมเสนานี (เงิน นันโท) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์
จากนั้น ย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดตรีญาติ ต.พงสวาย เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมด้วยความมุ่งมั่น
พ.ศ.2486 สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค พ.ศ.2488 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค
กระทั่งปี พ.ศ.2490 ย้ายมาอยู่จำพรรษา ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี นำมาฝากกับเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสนมหาเถร) และให้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2491 ที่พัทธสีมาวัดราชบพิธฯ
โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เป็นพระอุปัชฌาย์, สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ทรงมุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ พ.ศ.2493 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค
พ.ศ.2509 ทรงเข้าอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นพระธรรมทูตรุ่นแรก ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2512 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ทรงสร้างคุณูปการแด่คณะสงฆ์อย่างมากมาย อาทิ งานด้านการศึกษา เป็นอาจารย์สอนธรรมวินัยแก่พระภิกษุ-สามเณร เป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรมและแผนกบาลี เป็นต้น
งานปกครองคณะสงฆ์ ท่านดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ กรรมการมหาเถรสมาคม, กรรมการคณะธรรมยุต, แม่กองงานพระธรรมทูต
พ.ศ.2552 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ
วันที่ 5 ธ.ค.2552 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏที่ “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์”
วันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.2560 เวลา 17.00 น. ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ในวาระอันเป็นมงคลประจำปีนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ การบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันประสูติพระชนมายุครบ 95 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 เวลา 09.00 น. เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช เสด็จลงพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธอังคีรส ทรงจุดเครื่องทองน้อยบูชา พระอัฐิ อัฐิพระบูรพการีและพระบูรพาจารย์ พระราชาคณะ 20 รูปสวดมาติกา / ทรงทอดผ้าไตรสดับปกรณ์ พระสงฆ์สดับปกรณ์ อุทิศพระบูรพการีและพระบูรพาจารย์ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ทรงกรวดน้ำ
เวลา 10.00 น. กรรมการมหาเถรสมาคมอีก 19 รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
เวลา 11.00 น. พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์รับพระราชทานฉันเพล ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ทรงกรวดน้ำ เสร็จพิธี
ทั้งนี้ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เปิดพระวิหารให้พุทธศาสนิกชนถวายเครื่องสักการะที่หน้าพระรูป และลงนามถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในวันประสูติแทนการเข้าเฝ้าถวายสักการะ ตั้งแต่วันที่ 22-25 มิ.ย.2565 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
จึงประกาศให้คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนได้ทราบโดยทั่วกัน