วิมเบิลดัน2022-บางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
สดจากสนามแข่ง
วิมเบิลดัน ศึกเทนนิสแกรนด์สแลม ลำดับที่ 3 ของปี และเป็นทัวร์นาเมนต์ เก่าแก่สุดของโลกที่ยังคงแข่งขันกันมาจนถึงทุกวันนี้
โดยวิมเบิลดันซึ่งเป็นแกรนด์สแลม รายการเดียวที่หวดกันบนสนามหญ้า เริ่มจัดแข่งขันกันครั้งแรกตั้งแต่เมื่อปี 1877 หรือเมื่อ 145 ปีที่แล้ว ซึ่งในปี 2022 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน-10 กรกฎาคมนี้
สังเวียนแข่งขันของรายการนี้อยู่ที่ ออล อิงแลนด์ ลอนเทนนิส แอนด์ โครเกต์ คลับ ย่านวิมเบิลดัน กรุงลอนดอน ของอังกฤษ โดยปีนี้ยังเป็นวาระฉลองครบรอบ 100 ปีของเซ็นเตอร์คอร์ต ซึ่งเป็นสนามหลักของศึกวิมเบิลดันอีกด้วย
ด้วยความที่เป็นรายการที่เก่าแก่เช่นนี้ วิมเบิลดันจึงมีธรรมเนียมหลายอย่าง แตกต่างจากรายการอื่นๆ ที่โดดเด่นสุดหนีไม่พ้นเรื่องชุดแข่งขัน ซึ่งเหล่านักหวดได้รับอนุญาตให้ใส่เพียงสีขาวเท่านั้น เข้มงวดขนาดที่แม้แต่พื้นรองเท้ายังเป็นสีอื่นไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ธรรมเนียมต่างๆ ยังต้องยึดถือแบบเคร่งครัด แต่ศึกวิมเบิลดันแห่งปี 2022 กลับมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่สำคัญ ซึ่งโดยรวมแล้วไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
ประเด็นใหญ่สุดหนีไม่พ้นการแบน นักเทนนิสรัสเซียและเบลารุส สืบเนื่องจากกรณีที่ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย สั่งกองกำลังทหารทำสงครามรุกรานใส่ยูเครน จนสังคมโลกพากันต่อต้าน
ฝ่ายจัดการแข่งขันวิมเบิลดันจึงร่วมแสดงจุดยืน ด้วยการสั่งแบนนักเทนนิสจาก 2 ชาติไม่ให้ร่วมแข่งขันในปีนี้ ซึ่งเบลารุสโดนหางเลขไปด้วยเพราะถือว่าเป็นชาติที่อำนวยความสะดวกให้รัสเซียในการทำสงคราม
เท่ากับว่าแฟนเทนนิสจะไม่ได้เห็นมือดังทั้งชายและหญิงอย่าง ดานิอิล เมดเวเดฟ, อังเดร รูเบลฟ, คาเรน คาชานอฟ, อารีนา ซาบาเลนกา, ดาเรีย คาซัตคินา, วิกตอเรีย อซาเรนกา ในวิมเบิลดันครั้งนี้

การตัดสินใจนี้ก่อให้เกิดเสียงคัดค้านอย่างหนัก เพราะอย่าง ทัวร์นาเมนต์อื่นก็ยังให้นักกีฬาลงแข่งขันโดยไม่ได้อยู่ภายใต้ธงชาติของตัวเอง แต่วิธีของวิมเบิลดันถูกมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของบุคคลจนเกินเหตุ
งานนี้แม้แต่สมาคมเทนนิสอาชีพทั้งชายและหญิง (เอทีพีและดับเบิลยูทีเอ) ต่างรู้สึกไม่เห็นด้วยกับแนวทางเช่นกัน ทำให้ทั้ง 2 องค์กรตัดสินใจแสดงจุดยืนเพื่อคัดค้านวิมเบิลดันอีกที
โดยทั้ง 2 องค์กรประกาศว่าจะไม่มีการให้คะแนนสะสมอันดับโลกกับศึกวิมเบิลดันปีนี้ ด้วยเหตุผลว่าต้องการให้มีความเท่าเทียมกัน
วิธีนี้เป็นการลดความสำคัญของทัวร์นาเมนต์ ลงไปไม่น้อย เพราะรายการแกรนด์สแลมมีคะแนนสะสมให้สูงที่สุดเหนือรายการอื่นๆ โดยแชมป์ประเภทเดี่ยวจะได้ถึง 2,000 คะแนน และต่อให้ไปไม่ถึงแชมป์ แต่การเข้ารอบลึกๆ ก็อาจทำให้นักเทนนิสสักคนอันดับโลกขยับพรวดพราดได้เลย
ผู้ที่เจ็บปวดสุดกับสิ่งนี้คงหนีไม่พ้น โนวัก ยอโควิช ยอดนักหวดเซอร์เบีย ซึ่งคว้าแชมป์ชายเดี่ยวรายการนี้ 3 หนหลังสุด แต่ปัจจุบันอันดับโลกหล่นมาที่ 3 เท่ากับว่าต่อให้เจ้าตัวป้องกันตำแหน่งสำเร็จ ก็จะไม่ได้กลับไปเป็นมือ 1 ของโลกแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ได้คะแนนอันดับโลกเพิ่ม แต่เหล่านักหวดจะยังคงได้รับเงินรางวัลจากการแข่งขันเช่นเดิม ปีนี้เงินรางวัลรวมมูลค่า 40.35 ล้านปอนด์ ซึ่งแชมป์ประเภทเดี่ยวจะได้รับคนละ 2 ล้านปอนด์
อีกอย่างที่หายไปคือสิ่งที่เรียกว่า “มิดเดิล ซันเดย์” เพราะหนนี้เป็นครั้งแรกที่วิมเบิลดันมีกำหนดแข่งครบทั้ง 14 วัน จากเดิมที่วันอาทิตย์คั่นกลางระหว่างสัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่สองจะถูกเว้นไว้เป็นวันว่างและใช้เป็นวันแข่งสำรองในกรณีที่โปรแกรมสัปดาห์แรกมีปัญหาเท่านั้น
นี่คือภาพรวมในปี 2022 ของรายการที่เคร่งธรรมเนียมอย่างวิมเบิลดัน คอเทนนิสคงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วความเปลี่ยนแปลงต่างๆ จะส่งผลต่อการแข่งขันมากน้อยแค่ไหน