ครองใจแฟนๆ รถเก๋งขนาดกลางบ้านเรามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับฮอนด้า ซีวิค เพราะมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากว่า 60% ต่อเนื่องกันมา 5-6 ปีแล้ว
การเปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค อี : เอชอีวี (e:HEV) เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นล่าสุด ถือเป็นการเติมเต็มไลน์อัพให้กับซีวิค
รวมถึงเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ ที่มีระบบไฟฟ้าในการขับเคลื่อนตัวรถ หรือ XEV จากฮอนด้าสู่ถนนเมืองไทยให้มากขึ้นด้วย

นั่นคือคำกล่าวจากผู้บริหารสาว ‘พี่เจี๊ยบ’ มนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย ในทริปทดสอบฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ที่จ.เชียงราย
ก่อนออกเดินทางแนะนำตัวรถกันพอ หอมปากหอมคอ ระบบไฮบริด ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว
ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที มากกว่ารุ่น 1.5 เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
ขณะที่แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก อยู่ที่ 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0-2,000 รอบต่อนาที ส่วนรุ่นเทอร์โบสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-4,500 รอบต่อนาที
ทีมงานฮอนด้าจัดตัวท็อปรุ่น RS มาให้ทดสอบ แน่นอนว่าดีไซน์ต้องสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม พร้อมสัญลักษณ์ RS

กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูสีดำ ตกแต่งด้วยโครเมียม เสาอากาศครีบฉลาม สปอยเลอร์หลังสีดำ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ทูโทนขนาด 18 นิ้ว
ดีไซน์ภายในเน้นความหรูหรา หน้าจอขนาด 9 นิ้ว เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้ครบถ้วน รวมถึงแสดงการทำงานของระบบ ไฮบริด และกล้องรอบคัน
มาตรวัดขนาด พร้อมหน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว ช่องเสียบ USB 2 ช่องด้านหน้า และ 2 ช่องสำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง มีระบบชาร์จไร้สาย สำหรับสมาร์ตโฟนที่รองรับ
ช่องแอร์ เหมือนกับรุ่นเทอร์โบ สไตล์เรโทร บ้างก็ว่าเชย แต่ส่วนตัวค่อนข้าง ชอบ ออกจะเก๋ แถมแกนปรับทิศทาง เป็นแท่งยื่นออกมา ใช้งานง่าย
ระยะทางทดสอบครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 150 ก.ม. แบ่งกันขับ 2 คน ให้น้องร่วมคันเป็น ผู้ทดสอบก่อน แล้ววกไปนั่งที่เบาะหลัง

กลับมาอีกครั้งกับเบาะหลังพับได้แบบ 60:40 แต่การใช้งาน ค่อนข้างยุ่งยากนิดหน่อย ต้องดึงสลักในห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย แล้วมาปลดล็อกในห้องโดยสารอีกครั้ง
หลังคาสูงโปร่ง ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งหนานุ่มรองรับต้นขา พื้นที่วางขากว้างขวาง ทำให้ไม่เมื่อยล้ายามเดินทางไกล
บนย่านความเร็วสูงได้ยินเสียงเครื่องยนต์ และล้อที่บดถนน ค่อนข้างชัดเจน รวมถึงแรงเหวี่ยง ทั้งการเปลี่ยนเลน และเข้าโค้ง มีให้ได้รู้สึกบ้างเล็กน้อย
ขึ้นนั่งตำแหน่งคนขับเลือกใช้โหมดนอร์มัล เสียงมอเตอร์ และเครื่องยนต์ช่วงออกตัว เงียบ และเนียนเรียบ แต่ถ้าเผลอกดคันเร่งแรงไปนิด ตัวรถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
กำลังที่เรียกมาใช้งานจากระบบฟูล ไฮบริด ได้ต่อเนื่อง แม้จะถอนคันเร่งแล้วก็ตาม ช่วงเจอทางโค้งแรกๆ ต้องแตะเบรกช่วย ด้วยตัวรถที่พุ่งเข้าโค้งอย่างรวดเร็ว
พอเริ่มคุ้นชิน ถอนคันเร่งเร็วขึ้นหน่อย ทำให้เข้าโค้งไม่ต้องใช้เบรก รู้สึกกระชับขึ้นเยอะ ขณะที่แรงเหวี่ยงมีให้ได้รับรู้บ้าง ในบางโค้งที่เข้าแรงเกินไป

ทางตรงยาวทำความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ 140-160-180 ก.ม.ต่อช.ม. ไปจนทะลุที่ 191 ก.ม.ต่อช.ม. สุดอยู่แค่นั้น เพราะขยี้เท่าไหร่ก็ไม่เพิ่มขึ้น แต่แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว
เสียงของเครื่องยนต์ ประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ในย่านความเร็วสูง มีเข้ามาในห้องโดยสารอยู่พอประมาณ และยิ่งปรับไปใช้โหมดสปอร์ต เสียงเครื่องยนต์คำรามขึ้นอย่างชัดเจน
แต่บุคลิกการขับขี่ไม่ต่างจากโหมดนอร์มัลมากนัก ทั้งความแรง และช่วงล่าง ช่วงถามตอบถามวิศวกรญี่ปุ่น ได้คำตอบว่าต้องโหมด อีโค่ แล้วไปโหมดสปอร์ต จึงจะเห็นความต่างค่อนข้างมาก
ถึงจุดหมายระยะทางรวมร่วม 160 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 14.9 ก.ม.ต่อลิตร ประหยัดอยู่พอประมาณ เพราะเท้าหนักทั้งขาไปขากลับ

ค่าตัวของฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี รุ่น RS ที่ทดสอบนี้อยู่ที่ 1.259 ล้านบาท และมีรุ่น EL+ ไว้เป็นทางเลือกในราคา 1.129 ล้านบาท
ไปทดลองขับกันดู ว่ารุ่นไหนถูกใจมากกว่ากัน
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ