ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการหารือกับนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) พร้อมเครือข่ายฯ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง ในประเด็นการกระจายอำนาจ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และคัดค้านร่างพ.ร.บ.การเข้าถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ว่า ได้หารือกันเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งเทศบาลเมือง และเทศบาลนคร และกทม. ได้รับผลกระทบจากรัฐบาล ที่ประกาศเลื่อนและลดหย่อนภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง เหลือเพียง 10% ทำให้ท้องถิ่นอื่นมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะสูญเสียรายได้หมื่นล้านบาท จึงมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลทยอยคืนงบประมาณในส่วนนี้กลับมาด้วย ซึ่งกทม.จะร่วมเรียกร้องด้วย เพราะ 2 ปีที่ผ่านมางบประมาณหายไปจำนวนมาก และกทม.จะเร่งทำฐานข้อมูลที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้จัดเก็บภาษีได้อย่างครบถ้วน และเร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ที่แก้ไขให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 25
การแก้ไขดังกล่าว จะทำให้กทม.มีอำนาจออก ข้อบัญญัติจัดเก็บรายได้จากภาษีและค่าธรรมเนียม 3 ประเภท ประกอบด้วย 1. ภาษียาสูบ จัดเก็บอัตรา 10 สตางค์ต่อมวน 2.ภาษีที่พักและโรงแรมร้อยละ 3 ของ ค่าเช่า และ 3.ภาษีน้ำมันจะจัดเก็บเพิ่มจาก 5 สตางค์ต่อลิตร เป็น 10 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ กทม.ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับเทศบาลนครยะลา มีวงซิมโฟนี่ ซึ่ง กทม.จะเชิญมาเล่นดนตรีในสวนด้วย
ด้านนายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ได้เข้าร่วมแสดงความยินดีกับนายชัชชาติ หลังได้รับตำแหน่ง และหารือเรื่อง การเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมนายกเทศมนตรีของโลก ขึ้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นงานใหญ่และไม่เคยจัดขึ้นมาก่อน และหารือเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่แต่ละท้องถิ่น ถูกรัฐบาลตัดรายได้ไปตั้งแต่ปี 2563 ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทั่วประเทศรวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 3.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลควรจะชดเชยให้กับแต่ละท้องถิ่น ได้แล้ว