ไม่ว่าเป้าหมายแห่งปฏิบัติการเปลี่ยนชื่อสะพานในย่านเกียกกายจะเป็นอย่างไร

ก็ต้องยอมรับว่าประสบความสำเร็จ ทำให้ประวัติศาสตร์ว่าด้วยสถานการณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2475 ซึ่งต่อเนื่องไปยังสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2476

ได้มีการกล่าวถึงด้วยแง่มุมแตกต่างไปตามจุด ที่ยืนมอง

แม้ในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นเขตดุสิต ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จะออกมา “แซะ” ชื่อสะพานใหม่ออกไป

แต่ชื่อ “สะพานท่าราบ” ก็ได้กลายเป็น “ประเด็น”

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องอันสัมพันธ์กับสถานการณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2475 เด่นชัด

หากไม่มีการก่อการของ พระยาศรีสิทธิสงคราม (ดิ่น ท่าราบ) ขึ้นในเดือนตุลาคม 2476 บทบาทของ หลวงพิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ) ก็ไม่โดดเด่น

อันเป็นที่มาแห่งชื่อ “สะพานพิบูลสงคราม” ในเวลาต่อมา

ขณะเดียวกัน หากไม่มีการนำเอาชื่อใหม่ “สะพานท่าราบ” มาปิดทับอยู่เหนือชื่อ “สะพานพิบูลสงคราม” ทุกอย่างก็เงียบหายไปกับกาลเวลา

นี่จึงเหมือนกับการเกิดขึ้นของ “ห้องบวรเดช” ในกองทัพบก

ความน่าสนใจของเรื่องทั้งหมดอยู่ที่เป็นปฏิบัติการในพื้นที่ของกองทัพ ของทหาร

นั่นก็คือ สะพานพิบูลสงครามตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน กองพลทหารม้า และกรมอุตสาหกรรมทหาร

เรียกว่าแวดล้อมโดย “ทหาร” อย่างหนาแน่น

อย่าได้แปลกใจหากไม่ว่าจะถามไปยัง ผู้อำนวยการเขตดุสิต ไม่ว่าจะถามไปยังสำนัก การโยธา กรุงเทพมหานคร ล้วนตกอยู่ในอาการ เป็นใบ้

ยิ่งกว่านั้น “กล้องซีซีทีวี” ก็อยู่ในสภาพ “จำเป็น” ต้องเสีย

กระนั้น หากจับความตามกระแสการปรากฏ ของ “สะพานท่าราบ” ก็สำคัญ

ต้องยอมรับว่า เรื่องนี้โดดเด่นอย่างยิ่งผ่านสื่อใหม่ “โซเชี่ยลมีเดีย” แล้วสื่อเก่าอย่าง “หนังสือพิมพ์” จึงไปตามข่าว

ปรากฏขึ้นและเชื่อว่าจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน