นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการพลิกกลับครั้งสำคัญของที่ประชุมรัฐสภาในเรื่องแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

จากที่ในชั้นรับหลักการวาระแรก และชั้นกมธ. ที่เห็นตรงกันว่าการ คำนวณส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้ 100 คน นั้นจะทำอย่างตรงไปตรงมาก็คือการหารด้วย 100

พรรคไหนได้สัดส่วนเปอร์เซ็นต์เท่าใด ก็ได้ส.ส.จำนวนเท่านั้น

มาเป็นการหาร 500 หรือผสมกับ รูปแบบการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 หรือ ที่เรียกว่าจัดสรรปันส่วนผสม

นั่นก็คือนำจำนวนที่ได้มาหารด้วย 500 ซึ่งเป็นจำนวนส.ส.ทั้งหมด ก่อนจะหาจำนวนส.ส.พึงมี แล้วถึงจะเป็นจำนวนของส.ส.บัญชีรายชื่อที่เกินมาจากส.ส.เขตที่ได้รับ

ซึ่งก็หมายความว่าหากได้ส.ส.เขต มากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ก็เท่ากับว่าจะไม่ได้รับส.ส.บัญชีรายชื่อ

แล้วเสียงที่ประชาชนโหวตออกไป จะได้รับความเคารพอย่างแท้จริงได้อย่างไร!!!

โดยมีการวิเคราะห์กันว่ากรณีนี้ทำเพื่อเปิดโอกาสให้พรรคเล็กได้โอกาสในการ มีส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะใช้จำนวนเสียงไม่มาก

แต่จริงๆ แล้วใครๆ ก็รู้กันว่าเป็นแผนสกัดแคมเปญแลนด์สไลด์ของพรรค เพื่อไทยนั่นเอง

แถมการพลิกผันครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เรียกประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล แถมบอกว่าสนับสนุนให้หาร 500 ซึ่งคำพูดก็กลายการกดปุ่ม ให้ความต้องการกลายเป็นเรื่องจริง

หากวิเคราะห์ดูแล้วก็ไม่แปลกที่ จะเกิดความหวั่นไหว กลัวพ่ายแพ้ จนต้องพลิกตำราสู้กันจนเฮือกสุดท้าย

แต่ที่น่าสงสัยก็คือเหล่าบรรดาส.ส. ที่เคยเห็นชอบกับการหาร 100 การเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ที่จู่ๆ พลิกลิ้น กลืนน้ำลาย

รู้สึกอับอาย หรือภาคภูมิใจกับตัวเอง!!!

จึงจะเห็นได้ว่ามติอันอัปยศอดสูของสภาในครั้งนี้ ได้เปลือยประจานให้เห็นว่าธาตุแท้การเมืองไทยนั้นเป็นอย่างไร

และย้ำเตือนให้ประชาชนได้จดจำพฤติกรรมของบรรดานักการเมืองต่างๆ ว่าตั้งใจรับใช้ประชาชน หรืออำนาจเผด็จการ เพื่อตอบแทนให้สาสมในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เอาให้ชัดว่าอย่าคิดดูถูกประชาชนอีก!!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน