เข้าสู่ช่วงพรีซีซั่นอย่างเต็มตัวสำหรับบรรดาสโมสรในยุโรปที่จะมีการแข่งขันเพื่อเรียกความฟิต ก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นขึ้น
ฤดูกาลที่ผ่านมา มีผู้เล่นชื่อดังหลายคนที่ทำผลงานได้น่าผิดหวัง ส่งผลให้พวกเขาบางคนต้องมีการย้ายสังกัด แต่บางคนก็อยู่กับสโมสรเดิม หรือกลับมาจากการยืมตัวในซีซั่น 2022-23
ล่าสุด “บีบีซี” สื่อชั้นนำของอังกฤษได้วิเคราะห์ถึง 5 นักเตะที่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อกู้ชื่อเสียงกลับมา สู่ในจุดที่ควรเป็น
เดเล อัลลี (เอฟเวอร์ตัน)
อัลลี เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นกองกลางพรสวรรค์ที่จะเป็นความหวังใหม่ของท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และทีมชาติอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ผลงานของเขาตลอด 4 ปีหลังสุดกลับตกลงเรื่อยๆ ด้วยการทำไปเพียง 21 ประตูจนสุดท้ายเขาถูกปล่อยจากสเปอร์ไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันแบบไร้ค่าตัว
โดยกับเอฟเวอร์ตัน แทนที่อัลลีจะสามารถแจ้งเกิดได้อีกครั้ง ทว่าเขากลับเหมือนยังคืนฟอร์มเก่งไม่ได้เลย โดยทำประตูไม่ได้ตลอด 11 เกมที่ลงสนาม และไใลม่ได้ป็นตัวจริงเพียง 1 นัดเท่านั้น
จนเกิดเป็นเครื่องหมายคำถามว่านักเตะวัย 26 ปีรายนี้จะทำได้ดีขึ้นสำหรับทีมของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ปีนี้หรือไม่?
ดอนนี ฟาน เดอ เบก (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
ฟาน เดอ เบก เคยลงเล่นให้ อีริก เตน ฮาก สมัยค้าแข้งกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทั้งหมด 110 นัดทำได้ 32 ประตู ก่อนย้ายมาอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ทว่าเจ้าตัวกลับต้องเจอช่วงเวลายากลำบากกับ “ปีศาจแดง” ภายใต้ยุค โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ หลังได้ลงเล่นไปเพียง 4 นัดจนสุดท้ายถูกปล่อยให้เอฟเวอร์ตันยืมตัวในช่วงครึ่งซีซั่นที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมา เดิมทีมิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ถูกคาดหวังว่าจะออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ เตน ฮาก ต้องการจะเก็บเขาไว้ และถือเป็นโอกาสที่ดีในการพิสูจน์ตัวเอง
บิลลี กิลมอร์ (เชลซี)
เรียกได้ว่าแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในศึกฟุตบอลยูโร 2020 สำหรับ บิลลี กิลมอร์ หลังทำผลงานโดดเด่นกับทีมชาติสกอตแลนด์ อย่างไรก็ตาม การที่อยู่กับเชลซีซึ่งมีผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์เต็มแผงกองกลางทำให้สุดท้ายเขาถูกปล่อยให้ นอริช ซิตี้ ยืมตัวไปใช้งาน
ถึงกระนั้นชีวิตการค้าแข้งกับ “นกขมิ้น สีเหลืองอ่อน” ของกิลมอร์นั้นก็ไม่ราบรื่นนัก หลังได้ลงสนามไป 28 นัด ทำได้เพียง 2 แอสซิสต์ และไม่สามารถช่วยนอริชรอดตกชั้น
ฤดูกาลนี้ “สิงโตน้ำเงินคราม” ได้เรียกเขากลับมาสู่สโมสรอีกครั้ง และหากเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีก็ไม่แน่ว่าดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้อาจจะได้มีตำแหน่งในทีมชุดใหญ่เต็มตัว

โรเมลู ลูกากู (อินเตอร์ มิลาน, ยืมตัว)
ถือเป็นความล้มเหลวอย่างแท้จริงสำหรับการคัมแบ๊กค้าแข้งกับเชลซีอีกครั้งของลูกากู เนื่องจากเจ้าตัวไม่สามารถทำผลงานได้น่าพอใจเท่าที่ควรแม้จะซัดไปรวม 15 ประตูทุกรายการ เนื่องจากเขามีค่าตัวถึง 97.5 ล้านปอนด์ (ราว 4.20 พันล้านบาท)
นอกจากนั้นดาวเตะวัย 29 ปียังมีปัญหา ขัดแย้งกับ โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมเกี่ยวกับเรื่องแท็กติก จนสุดท้ายเขาถูกปล่อยให้ อินเตอร์ มิลาน อดีตต้นสังกัดที่เพิ่งย้ายออกจากเพียง 1 ซีซั่นยืมตัวในฤดูกาลนี้
ทั้งนี้ หากหัวหอกทีมชาติเบลเยียมสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ในฤดูกาลนี้กับ “งูใหญ่” ก็น่าจะทำให้เขาได้รับการยอมรับ รวมถึงกลับมาค้าแข้งกับเชลซีได้อย่างราบรื่นขึ้น

มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯยูไนเต็ด)
มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องโฟกัสกับฤดูกาลที่มาถึงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่าหลายคนคิดผิดเรื่องกิจกรรมนอกสนามของเขา คืออุปสรรคต่อการเล่นฟุตบอล
สำหรับดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากเมื่อปี 2020 หลังเขามีบทบาทสำคัญในการชวนรัฐบาลอังกฤษมอบบัตรกำนัลอาหารให้กับนักเรียนแบบไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนอกจากนั้นหนังสือที่แรชฟอร์ดเขียนอย่าง “ยู อาร์ อะ แชมเปียน” ซึ่งเขียนขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวยังได้รับรางวัลหนังสือแห่งปี จากงาน บริทิช บุ๊ก อวอร์ดส์ ด้วย
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมนอกสนามที่ดูไปได้ดีกลับสวนทางผลงานในสนามของเจ้าตัวอย่างยิ่ง เนื่องจาก แรชฟอร์ด ทำไปเพียง 5 ประตูในซีซั่นที่ผ่านมา และยิงไม่ได้เลยตั้งแต่เดือนม.ค.จนถูกตัดชื่อออกจากทีมชาติอังกฤษชุดสู้ศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ที่ผ่านมา
ทำให้ แรชฟอร์ด ต้องมีการเริ่มต้นฤดูกาลที่แข็งแกร่ง ถ้าเขาต้องการยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมของ อีริก เตน ฮาก รวมถึงติดทัพ “สิงโตคำราม” ไปเล่นในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์